“กองทุนประหยัดภาษี” ทางเลือกแรกๆ ที่ควรเลือก...ถ้า ‘มีสิทธิใช้’ !!!

ปีนี้ถือเป็นปีที่อยู่ในสภาพการณ์ที่ ‘ไม่ค่อยปกติ’ จากวิกฤติ COVID-19 ที่เข้ามากระทบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับรายได้ของหลายๆ คนมากน้อยแตกต่างกันออกไป

ในช่วงส่งท้ายปีกับเทศกาลประหยัดภาษีเช่นนี้ การใช้ประโยชน์จาก “กองทุนประหยัดภาษี” ก็คงต้องนั่งทบทวนกันพอสมควร

โดยในปีนี้ จะมี 2 กองทุนให้เลือกใช้ประโยชน์ได้ นั่นก็คือ “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” นั่นเอง

รู้หรือไม่ว่า...ถ้าลงทุนใน ‘กองทุนประหยัดภาษี’ 10,000 บาท จะช่วยประหยัดภาษีได้เท่าไร?

วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

“เงินลงทุน 10,000 บาท” ช่วยประหยัดภาษีได้ 500 -3,500 บาท...ตาม ‘ฐานภาษี’

ปีนี้ไม่มี “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” แล้ว แต่มี “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” เข้ามาเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนเพื่อผลตอบแทนควบกับการ ‘ประหยัดภาษี’ ให้ สามารถลงทุนเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้ ‘ไม่เกิน 30%’ ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

ในขณะที่ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ก็เพิ่มสิทธิให้โดยลงทุนเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้ ‘ไม่เกิน 30%’ ของเงินได้พึงประเมิน (จากเดิม 15%) แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (และเมื่อนับรวมกับกองทุน SSF, เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, ประกันแบบบำนาญ, กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท)

“หลับตาจินตนาการดูเอาล่ะกัน จะมีการลงทุนอะไร ที่ลงทุนปุ๊บ เสมือนหนึ่งได้ผลตอบแทน 5-35% ทันที แน่ๆ ‘ตามฐานภาษี’ แค่เป็นไปตามเงื่อนไข แล้วจะไม่แปลกใจว่าคนที่อยู่ในฐานภาษีสูงๆ 25% ขึ้นไป (เงินได้สุทธิ 1 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป) ส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์กันเต็มที่น่าจะทุกคน ในขณะที่คนที่ฐานภาษีต่ำ 5-10% (เงินได้สุทธิน้อยกว่า 5 แสนบาทต่อปีลงไป) อาจจะยังไม่ได้เข้ามาใช้ประโยชน์ตรงนี้มากนัก”

ด้วยเงินลงทุนที่เท่ากัน 10,000 บาท คนฐานภาษี 5% ประหยัดภาษีได้ 500 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 5%

แต่ถ้าคุณอยู่ในฐานภาษี 35% ด้วยเงินลงทุน 10,000 บาท เท่ากัน จะประหยัดภาษีได้ 3,500 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 35%

“สรุป คือ เงินลงทุน 10,000 บาท จะช่วยคุณประหยัดภาษีได้ 500 -3,500 บาท ตามฐานภาษีของผู้ลงทุนนั่นเอง นี่คือ ‘แต้มต่อทางภาษี’ ที่คุณจะได้รับตั้งแต่ควักเงินลงทุนเลย ถือเป็นผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่จะบวกเข้าไป นอกเหนือจากผลตอบแทนที่กองทุนประหยัดภาษีทำได้นั่นเอง ซึ่ง ‘ผลตอบแทนหลัก’ จาการลงทุนส่วนนั้นหากเลือกลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ระยะเวลาการลงทุน 10 ปี ผลตอบแทนที่ได้เฉลี่ยอาจจะ 8-10% ต่อปี ตรงนั้นก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงด้วยเช่นกัน ไม่ได้มองเพียง ‘แต้มต่อทางภาษี’ ที่ได้มาเท่านั้นว่า...คุ้มหรือไม่คุ้มที่จะลงทุนนะ”

เดินทางมาถึงช่วงเทศกาลประหยัดภาษีประจำปีกันอีกครั้ง ก็ไม่อยากให้นักลงทุน ‘ที่มีสิทธิ’ พลาดที่จะใช้ประโยชน์จาก “กองทุนประหยัดภาษี” ทั้ง RMF และ SSF กัน เพราะถือเป็นหนึ่งทางเลือกที่คุ้มจริงๆ ได้ทั้ง ‘ผลตอบแทน’ ควบคู่ไปกับ ‘ประหยัดภาษี’ แบบ 2 In 1 กันไปเลย