ชูโอกาสรับผลตอบแทน “ระยะยาว”...จากประเทศมหาอำนาจโลก !!!

หากมองในเชิงเศรษฐกิจ “สหรัฐ” และ “จีน” ถือเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจของโลกอันดับ1 และ 2 ตามลำดับ

เสมือนหัวรถจักรที่คอยลากจูงเศรษฐกิจของโลกให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า และเป็นความหวังในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับวิกฤติการณ์ต่างๆ

การมองหาโอกาสกระจายการลงทุนไปในต่างประเทศ ‘หุ้น’ ทั้ง 2 ประเทศนี้ จึงเป็นเป้าหมายการลงทุนอันดับต้นๆ ของนักลงทุนไทย เพราะรู้จัก คุ้นเคย และรู้สึกว่าทำความเข้าใจได้ง่ายกว่านั่นเอง

วันนี้ “บลจ.กสิกรไทย” พร้อมเติมเต็มโปรดักต์การลงทุนเพื่อเกษียณ ด้วย 2 ‘กอง RMF’ ที่ลุยใน 2 ประเทศมหาอำนาจนี้

วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกอง RMF 2 กองใหม่นี้มาฝากกัน

“สหรัฐ & จีน” ...เศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าที่คาด- ‘ดอกเบี้ยต่ำ’ ยังหนุนหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ

โดย “สุรเดช เกียรติธนากร” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย จำกัด บอกว่า จากภาวะตลาดการลงทุนที่ทั่วโลกส่วนใหญ่ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับธนาคารกลางจากประเทศแกนหลักต่างอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมากเพื่อรักษาสภาพคล่อง จึงเป็นปัจจัยหนุนต่อการเข้าลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะหุ้นในต่างประเทศอย่าง ‘สหรัฐ’ และ ‘จีน’ เนื่องจากเป็น 2 ประเทศมหาอำนาจที่มีความแข็งแกร่ง และมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีต่อการเติบโตในอนาคต

แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จะยังรุนแรงในสหรัฐ แต่เศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวได้ดีและเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ โดยจะเห็นได้จากตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมามีพัฒนาการที่ดี GDP ไตรมาส 3 ปรับขึ้น 33.1% จากการบริโภคที่ฟื้นตัว และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing Managers’ Index: PMI) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สภาวะทางเศรษฐกิจของภาคการผลิตและบริการที่ยังอยู่เหนือระดับ 50 ได้หลายเดือนติดต่อกัน แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจขยายตัวจากยอดค้าปลีกที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สุรเดช เกียรติธนากร

“อย่างไรก็ดี ‘ธนาคารกลางของสหรัฐ (FED)’ ส่งสัญญาณการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.00-0.25% ว่าจะคงที่ระดับนี้ไปจนถึงปี 2023 จึงทำให้สภาพคล่องที่ล้นระบบจะช่วยหนุนให้ตลาดยังสามารถไปต่อได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐในระยะยาว”

สำหรับเศรษฐกิจของจีนมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและเร็วกว่าประเทศอื่น อันเป็นผลมาจากความสามารถในการควบคุมสถานการณ์โควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับจีนได้หันมาเน้นการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก รวมถึงได้พัฒนาจากประเทศที่ผลิตสินค้าด้วยต้นทุนต่ำ (Old Economy) ไปสู่การผลิตสินค้าด้วยเทคโนโลยี (New Economy) ที่เน้นคุณภาพ และกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนของจีนในระยะยาว

“อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังต้องจับตาความคืบหน้าของการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน”

โอกาสลงทุนเพื่อเกษียณใน 2 ประเทศ มหาอำนาจของโลก... “สหรัฐ & จีน”

ล่าสุดบริษัทได้จัดตั้ง 2 กองทุน RMF น้องใหม่ ได้แก่ ‘กองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (K-USA-RMF)’ และ ‘กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (K-CHINA-RMF)’ สำหรับเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนได้เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนปลายปีนี้ โดยจะเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 24-30 พ.ย. 20

สำหรับ ‘กองทุน K-USA-RMF’ มีความน่าสนใจจากการเข้าลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำระดับโลกในตลาดสหรัฐที่สอดรับกับกระแสยุคดิจิตอล ซึ่งมีโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว โดยกองทุนจะลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Morgan Stanley Investment Funds US Advantage Fund – Z Shares’ เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทที่มีศักยภาพสูงอย่าง Amazon, Twitter, Spotify, Shopify และ Square ซึ่งทีมบริหารกองทุนจะใช้กลยุทธ์ Bottom-up Approach ในการเลือกหุ้นเป็นรายตัว (Stock Selection)

“ทั้งนี้ กองทุนหลักสามารถทำผลงานได้ดี โดยใน 1 ปีที่ผ่านมามีผลการดำเนินงานอยู่ที่ 60.62% ต่อปี เอาชนะดัชนี S&P 500 ซึ่งอยู่ที่ 16.45% ต่อปี (Morningstar ณ วันที่ 18 พ.ย. 20)”

ส่วน ‘กองทุน K-CHINA-RMF’ มีความน่าสนใจจากการลงทุนในหุ้นจีนทุกชนิด (All China) ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศ (เซิ่นเจิ้น, เซี่ยงไฮ้, ฮ่องกง) และต่างประเทศ (สหรัฐฯ, ไต้หวัน) ทำให้มีความยืดหยุ่นในการลงทุนสูง โดยกองทุนจะลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘JPMorgan Funds – China Fund, Class JPM China I (acc) – USD’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีนที่เติบโต (Growth) คุณภาพสูง (High Quality) และอยู่ในกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Economy) อาทิ Alibaba, Tencent และ Meituan-Dianping

“ทั้งนี้  กองทุนหลักบริหารโดยผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์มากกว่า 25 ปี และมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 64.18% ต่อปี เอาชนะดัชนี MSCI China 10/40 ซึ่งอยู่ที่ 35.42% ต่อปี (Morningstar ณ วันที่ 18 พ.ย. 20)

ทั้ง ‘กองทุน K-USA-RMF’ และ ‘K-CHINA-RMF’ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาการลงทุนเพื่อวัยเกษียณ สามารถใช้ลดหย่อนภาษีในปีนี้ได้ และมองเห็นโอกาสจากการลงทุนในหุ้นของประเทศมหาอำนาจอย่าง ‘สหรัฐ’ และ ‘จีน’ โดยเริ่มต้นลงทุนเพียง 500 บาท เท่านั้น