Official Update :

รู้หรือไม่ว่า... ‘เซียนหุ้น’ ก็แนะนำนักลงทุนทั่วไปให้ลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวม’ ?

แม้แต่นักลงทุนในตำนานอย่าง “วอเรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ยังแนะนำนักลงทุนทั้งรายใหญ่รายเล็กควรยึดอยู่กับการลงทุนใน ‘กองทุนดัชนี’ ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ ๆ ซึ่งได้ยกตัวอย่างกองทุนดัชนี S&P500

เซียนหุ้นไทยอย่าง “โจ ลูกอีสาน” เองก็ไม่แนะนำให้นักลงทุนทั่วไปลงทุนในหุ้นด้วยตัวเอง เพราะโอกาสประสบความสำเร็จน้อยมาก แต่แนะให้ลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวม’ เป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่นะ

ส่วนใครจะเชื่อคำแนะนำนี้หรือไม่นั้น คงเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล

“กองทุนหุ้น”...สามารถก้าวมาเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนในหุ้นมากกว่าที่จะลงทุน ‘ด้วยตัวเอง’ จริงหรือ? วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

เลือกลงทุนใน ‘หุ้น’ ...บนเส้นทางที่ใช่ “สำหรับตัวคุณเอง”

การลงทุนใน “หุ้น” มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงและมาพร้อมกับโอกาสของผลตอบแทนคาดหวังที่สูงด้วยเช่นกัน นี่จึงเป็นเป้าหมายที่ดึงดูดนักลงทุนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่เข้ามาในตลาดหุ้นอย่างไม่ขาดสาย

ซึ่งโดยทั่วไปการลงทุนนั้น ก็จะมีเส้นทางเดินอยู่ 2 ทางด้วยกัน คือ

  • ลงทุนด้วยตัวเอง
  • ลงทุนผ่านเครื่องมืออย่าง ‘กองทุนรวม’

“แต่ไม่ว่าจะลงทุนเส้นทางไหนต่างก็มีความเสี่ยงเสมอเหมือนกัน ในช่วงวิกฤติ COVID-19 เซียนหุ้นอย่าง ‘วอเรน บัฟเฟตต์’ ก็ยังเจ็บตัวมาแล้ว รวมถึง ‘เซียนหุ้น’ ในตลาดไทยด้วยเช่นกัน ‘กองทุนรวม’ เองก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยความเสี่ยงของกองทุนรวมนั้นขึ้นกับสินทรัพย์ที่กองทุนนั้นๆ เข้าไปลงทุนเป็นสำคัญ อย่าเข้าใจผิดว่า...ลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวม’ แล้ว ขาดทุนไม่ได้นะ ตรงนี้ก็ต้องเข้าใจด้วยเช่นกัน”

นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนใน ‘หุ้น’ มีอยู่จริง แต่ถือเป็น ‘คนกลุ่มน้อย’ มีสัดส่วนไม่มาก เส้นทางของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จนั้นก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่คลายกัน มักเป็นนักลงทุนเต็มตัว ทำการบ้านเต็มที่ในการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลต่างๆ และหากคุณอยากประสบความสำเร็จกับการลงทุนด้วยตัวเอง กล่าวกันว่าเพียงคุณ

1.ซื้อหุ้นถูกตัว

2.ซื้อหุ้นถูกราคา

3.ซื้อในเวลาที่เหมาะสม

4.ซื้อในสัดส่วนที่พอดี

“คุณก็จะพบความสำเร็จในเส้นทางสายนี้ได้ไม่ยาก แต่นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะทำตรงข้าม คือ ซื้อหุ้นผิดตัว และซื้อผิดราคา ในจังหวะที่ไม่เหมาะสม นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนในหุ้นด้วยตัวเอง และนำมาสู่คำแนะนำของเหล่าเซียนหุ้นให้เลือกลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวม’ แทนนั่นเอง”

“กองทุนหุ้น” ช่วยขจัดจุดอ่อน...ของ‘การลงทุนด้วยตัวเอง’ ได้

หลายๆ ปัญหาของการลงทุนด้วยตัวเองซึ่งทำให้ไม่ประสบความสำเร็จจะหมดไป เพราะกลไกการลงทุนของ ‘กองทุนรวม’ เองนั้น มีการลงทุนแบบ ‘จัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation)’ ในหุ้นที่ทำการบ้านมาแล้วสำหรับ Active Fund เพื่อคัดเลือกเข้ามาลงทุนในพอร์ต ส่วนจะ 10 ตัว 25 ตัว หรือ 40 ตัว ขึ้นกับนโยบายของแต่ละกองทุนเป็นสำคัญ หรือลงทุนในหุ้นตามตะกร้าดัชนีหุ้นสำหรับ Passive Fund แต่นั่นก็ทำให้ ‘ปัญหาซื้อหุ้นผิดตัว’ ลดลงไปทันตาเห็นเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านี้ ‘กองทุนรวม’ ยัง ‘กระจายจังหวะการลงทุน (Dollar Cost Averaging : DCA)’ อีกด้วย ไม่ใช่ใส่ครั้งเดียวหมดหน้าตัก 100% ในไม้เดียว แต่จะทยอยลงทุนเพื่อให้ได้หุ้นในจำนวนที่ต้องการและในราคาที่เหมาะสมด้วยนั่นเอง ตรงนี้ก็ช่วยจัดการกับ ‘ปัญหาการซื้อผิดจังหวะ’ ได้เป็นอย่างดี

“นอกจากนี้ ‘กองทุนรวม’ ยังมีการ ‘ปรับสัดส่วนการลงทุน (Re-Balancing)’ เมื่อราคาหุ้นเปลี่ยนไปเพื่อให้รักษาสัดส่วนการลงทุนที่ต้องการเอาไว้อีกด้วย”

ส่วน ‘จุดด้อย’ ของการลงทุนผ่านกองทุนรวมก็มี ถ้าลงทุนผิดกองทุน ก็อาจทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดหวังได้ รวมถึงการลงทุนอาจไม่มีความยืดหยุ่น ผู้ลงทุนไม่สามารถบอกให้ ‘ผู้จัดการกองทุน’ ลงทุนตามที่ตัวเองต้องการได้ เพราะกองทุนจะต้องลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนที่เขียนไว้ในหนังสือชี้ชวนนั่นเอง

แต่สำหรับ “นักลงทุนทั่วไป” ที่อยากลงทุน มีความรู้ แต่ไม่มีเวลา หรือไม่มีประสบการณ์ในการลงทุน หรือมีเวลา แต่ไม่มีความรู้ด้านการลงทุน “กองทุนรวม” ถือว่าตอบโจทย์ และสำหรับการลงทุนใน ‘หุ้น’ ก็ยังเป็นทางเลือกที่ช่วยขจัดจุดอ่อนของการลงทุนในหุ้นด้วยตัวเองได้อีกด้วย ที่สำคัญใช้เงินลงทุนไม่มากก็ลงทุนได้แล้ว...อย่าลืม-เลือกเส้นทางที่ใช่สำหรับตัวคุณเอง