ลุย “หุ้นญี่ปุ่น” ผ่าน “กองทุนดัชนี”...ทางเลือกที่ ‘ง่าย&สะดวกกว่า’ !!!

“ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ถูกนำกลับขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง หลังจากที่ถูกนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญเมินเฉยออกไปจากวงสนทนาเป็นระยะเวลาพอสมควร


ซึ่งการที่ถูกนำกลับมาพูดหรือได้รับความน่าสนใจนั้น เป็นเพราะการประสบความสำเร็จในการจัดงาน “โอลิมปิกเกมส์2020” ในรูปแบบออนไลน์หรือสตรีมมิ่งเป็นครั้งแรก


จึงเป็นเหมือนกับสัญญาณการจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้นเพิ่มเติม ซึ่งย่อมส่งผลให้โอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น


เพื่อไม่ให้เสียโอกาส ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอนำเสนอ “กองทุนดัชนีหุ้นญี่ปุ่น” ที่ดำเนินกลยุทธ์แบบ Passive หรือให้ผลการดำเนินงานเคลื่อนไหวตามดัชนีเพื่อเอาใจนักลงทุนสายบุ๋น



Nikkei225” และ “TOPIX”…2 ดัชนีหลัก “หุ้นญี่ปุ่น” ที่บลจ.ไทยตั้ง “กองทุนดัชนี” ไปลงทุน

“ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เป็นหนึ่งใน ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market)’ เช่นเดียวกับสหรัฐและยุโรป บริษัทของญี่ปุ่นที่เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก และมีแหล่งรายได้อยู่นอกญี่ปุ่นก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ต่างไปจากสหรัฐหรือยุโรปเช่นเดียวกัน


“การจะเข้าลงทุนใน หุ้นญี่ปุ่น แบบง่ายสุด ก็คือเข้าไปลงทุนในดัชนีหุ้นญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Nikkei225 หรือ TOPIX เป็นต้น และถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการจะไปลุยหุ้นญี่ปุ่นด้วยเช่นกันลงทุนง่าย ค่าใช้จ่ายถูกกว่า Active Fund เป็นคอนเซ็ปต์แนวคิดของการลงทุนในดัชนีแบบ Passive Fund นั่นเอง”


โดย “กองทุนรวมดัชนีหุ้นญี่ปุ่น” ที่เราจะพูดถึงกันในครั้งนี้มีด้วยกัน 3 กองทุน ลงทุนใน 2 ดัชนีหลัก ประกอบไปด้วย   iShares Core Nikkei 225 ETF”, “NEXT FUNDS Nikkei 225 ETF” และ NEXT FUNDS TOPIX Exchange Traded Fund”


“ซึ่งทุกกองทุนนักลงทุนไทยล้วนสามารถลงทุนได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยทั้ง  6 บลจ. ประกอบไปด้วย บลจ.กสิกรไทย, บลจ.ไทยพาณิชย์, บลจ.กรุงไทย, บลจ.ทิสโก้, บลจ.ทหารไทยและบลจ.กรุงศรี ที่ได้มีการเปิดกองทุน โดยมีนโยบายลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้นญี่ปุ่นจากทั้ง 3 กองทุนข้างต้น”



iShares Core Nikkei 225 ETF”…ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ 3.54%

สำหรับชื่อกองทุนและนโยบายการลงทุนของกองทุน เริ่มที่ บลจ.กรุงไทย จะมี “กองทุนเปิดเคแทม เจแปน อิควิตี้ พาสซีฟ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า” หรือ KT-JPFUND-A ที่จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน  ‘iShares Core Nikkei 225 ETF’ เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม


“โดยกองทุน ‘iShares Core Nikkei 225 ETF’ หรือเรียกอีกในความหมายหนึ่งว่า กองทุนหลัก นั้น ได้จดทะเบียนซื้อ ขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange : TSE) ซี่งบริหารและจัดการโดย ‘BlackRock Japan Co., Ltd. (Management Company)’ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (วันที่ 8 ต.ค. 64) ทำผลตอบแทนได้ 3.54%





NEXT FUNDS TOPIX ETF”​…โชว์ผลตอบแทนโดดเด่นตั้งแต่ต้นปี 10.86%

ถัดมาเป็นของ บลจ.กสิกรไทย จะมี “กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น” หรือ K-JPX ที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘NEXT FUNDS TOPIX Exchange Traded Fund’เป็นกองทุนหลักซึ่งในนโยบายการลงทุนจะอ้างอิงให้มีผลตอบแทนตามดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น TOPIX โดยกองทุนหลักจัดตั้งและบริหารจัดการโดย ‘Nomura Asset Management’ โดยกองทุนหลักทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ 10.86%



NEXT FUNDS Nikkei 225 ETF”…ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ 3.45%

สุดท้ายเป็นกองทุนหลักที่บลจ.ไทยลงทุนสูงที่สุดหรือ ‘NEXT FUNDS Nikkei 225 ETF’ ที่บริหารงานภายใต้ความดูแลของ ‘Nomura Asset Management’ ที่จะเน้นลงทุนในตราสารทุนทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 และตราสารทุนที่กำลังจะมาเป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225


“ในสัดส่วนการลงทุนเดียวกับจำนวนหุ้นใน ดัชนีนิคเคอิ 225’ (Nikkei 225 Index หรือ Nikkei Stock Average) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ไปในทิศทางเดียวกันหรือใกล้เคียงกับดัชนีนิคเคอิ 225 ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีมากองทุนทำผลตอบแทนได้ 3.45%


สำหรับบลจ.ไทยนั้น จะมีตั้งแต่ บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่เริ่มมีตั้งแต่ “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น(ชนิดไม่จ่ายเงินปันผล)” หรือ SCBNK225” ไปจนถึงชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ชนิดจ่ายเงินปันผลชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคลไปจนถึงเพื่อการเลี้ยงชีพ


ถัดมาเป็นของ บลจ.ทิสโก้ ที่ได้จัดตั้งกองทุนขึ้นภายใต้ชื่อ “กองทุนเปิด ทิสโก้เจแปน อิควิตี้” หรือ  TISCOJP” ซึ่งจะมีทางเลือกนักลงทุนทั้งในแบบกองทุนทั่วไปในชื่อกองทุนข้างต้นและ “กองทุนเปิด ทิสโก้ เจแปน อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ TJPRMF” สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ


ต่อมาเป็นจาก บลจ.ทหารไทย ที่ได้จัดตั้ง “กองทุนเปิดทหารไทย Japan Equity” หรือ TMBJE” ขึ้นมาเช่นกัน โดยทางเลือกการลงทุนก็จะมี “กองทุนเปิดทหารไทย Japan Equity เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ  TMBJERMF” เพิ่มขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้แก่นักลงทุน


สุดท้ายจาก บลจ.กรุงศรี ที่มีชื่อว่า “กองทุนกรุงศรีเจแปนอิควิตี้อินเด็กซ์เฮดจ์เอฟเอ็กซ์-สะสมมูลค่า” หรือ KFJPINDX-A” ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงกองทุนเดียวที่มีการลงทุนในกองทุนดัชนี แต่ก็ยังได้มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุนและเพื่อลดความกังวลของนักลงทุนในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน


กองทุนดัชนี (Index Fund) ถือเป็นกองทุนอีกหนึ่งชนิดที่จะค่อนข้างมีความเหมาะสมสำหรับ นักลงทุนสายบุ๋น เพราะด้วยกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีที่กองทุนนั้นๆ อ้างอิง ซึ่งยิ่งเป็นตลาดที่มีความเสถียรภาพก็จะทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่องความผันผวนพร้อมทั้งยังคาดหวังผลตอบแทนได้ดีในระยะยาวตามผลตอบแทนตลาด ในขณะที่ต้นทุนค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการก็ถูกกว่าด้วย

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา