Official Update :

ลงทุนขั้นต่ำแค่ 500 บาท ก็ได้ ‘หุ้นซูเปอร์สตาร์’ ไปกับ... “กอง K-STAR-A(A)” !!!

“กองทุนรวม”หรือผลิตภัณฑ์การลงทุนที่จะพาคุณเปิดประตูไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ กำลังมีบทบาทมากขึ้นตามลำดับ

อย่างการลงทุนใน“หุ้นไทย”เอง ก็มีหุ้นมากมายสารพัดให้เลือกลงทุน แต่ถ้าใครกำลังมองหาหุ้นที่มีการเติบโตในระยะยาว เป็น‘ดาวจรัสแสง’ของวงการหุ้นไทยแบบ‘Super Star’แล้ว

“กองทุนเปิดเค สตาร์ หุ้นทุน-A ชนิดสะสมมูลค่า”หรือK-STAR-A(A)”ของ‘บลจ.กสิกรไทย’น่าจะตอบโจทย์ผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี ด้วยดีกรี‘มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว’

ในวันนี้เองทาง‘Wealthy Thai’จึงอยากนำข้อมูลของ ‘กองทุน K-STAR-A(A)’ ที่เฟ้นหาหุ้นที่มีการเติบโตที่ดีในระยะยาว เพื่อตอบโจทย์สไตล์การลงทุนของนักลงทุนที่มีความสนใจในหุ้นกลุ่มดังกล่าวมาฝากกัน

โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว…จากการลงทุนใน ‘หุ้น Super Star’

หนึ่งในสไตล์หุ้นที่นักลงทุนไทยชื่นชอบก็คือหุ้นเติบโตสูง แต่หุ้นในตลาดก็มีมากมายแค่จะเลือกลงทุนก็เหนื่อยแล้ว จะดีกว่ามั้ย...ถ้ามีผู้จัดการกองทุนที่เป็นเสมือน‘แมวมอง’มาทำหน้าที่ค้นหา คัดเลือกและลงทุนในหุ้นรายหลักทรัพย์ ที่มีผลการดำเนินงานมั่นคงและมีความสามารถในการแข่งขันซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว

หุ้นที่สามารถจ่ายปันผลได้ในอัตราที่ดีอย่างสม่ำเสมอ และมี Valuation ที่เหมาะสม เพื่อรองรับความผันผวนของตลาดที่มีมากขึ้นและการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจในช่วงสั้น

“นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์เพิ่มการถือครองเงินสดที่สูงกว่าปกติในช่วงจังหวะบางเวลาเพื่อรอจังหวะเข้าซื้อหุ้นในระดับราคาที่เหมาะสม (Tactical Trading) ตอบโจทย์การทำกำไรทั้ง ‘ระยะสั้น’ และ ‘ระยะยาว’ ที่จะไม่ทำให้คุณพลาดทุกโอกาสการลงทุนอีกด้วย”

ทั้งหมดนั้นมีอยู่ใน ‘กองทุน K-STAR-A(A)’ ที่มีการเสนอขายหน่วยลงทุนตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2560 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 63) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 1,273 ล้านบาท เคยมีผลขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลา 5 ปีอยู่ที่-37.21%

แต่ในด้านผลงานย้อนหลังของ ‘กองทุน K-STAR-A(A)’ ตั้งแต่จัดตั้งกองถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 ต.ค. 63) มีความผันผวนของกองอยู่ที่18.16% ต่อปี(ใกล้เคียงกับตัวชี้วัดที่18.18% ต่อปี) ส่วนในแง่ผลตอบแทนก็ถือว่าทำได้ไม่เลวนัก ตามกลยุทธ์ในการบริหารจัดการที่มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด อยู่ที่-6.69% ต่อปี(ดัชนีชี้วัดอยู่ที่-7.55% ต่อปี) แต่ก็ยังคงทำได้สูงกว่าตัวชี้วัด

“สำหรับนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนหุ้นพื้นฐานดีที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว เพื่อมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอ พร้อมทั้งจับจังหวะในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนน้ำหนักรายกลุ่มอุตสาหกรรม และสัดส่วนการถือครองเงินสด ในสถานการณ์ตลาดที่อำนวยเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะสั้น ซึ่งกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management)”

โดยสัดส่วนการลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบไปด้วย

1.พลังงานและสาธารณูปโภค 19.95%

2.พาณิชย์ 10.81%

3.ธนาคาร 8.72%

4.ขนส่งและโลจิสติกส์ 8.32%

5.อาหารและเครื่องดื่ม 6.93%

6.กลุ่มหลักทรัพย์อื่นๆ 38.51%

โดยผู้ที่สนใจจะลงทุนใน ‘กองทุน K-STAR-A(A)’ นั้น การซื้อและขายคืนของหน่วยลงทุนนั้น มีมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกอยู่ที่500 บาทเช่นเดียวกันกับมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน บริษัทจัดการจะจัดให้มีการชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 3 วันทำการ (T+3) เริ่มนับตั้งแต่วันถัดไปจากการซื้อขาย

“กองทุน K-STAR-A(A)เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทยที่มีการเติบโตในระยะยาว ซึ่งถือว่าตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องสร้างพอร์ตการลงทุนให้มีการเติบโตในอนาคตและสร้างผลตอบแทนได้ดี เสมือนได้ลงทุนไปกับ ‘หุ้น Super Star’ นั่นเอง ซ้ำยังมีการกระจายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรมเพื่อปิดความเสี่ยงการลงทุนแบบกระจุกตัวอีกด้วย”