Official Update :

เพราะ ‘เงินฝาก’ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย...คุณจึงต้องลงทุนผ่าน “กองทุนรวม” !!!

ใครยังไม่มี ‘บัญชีกองทุน’ ยกมือขึ้น ? …ฟังดูผิวเผินอาจไม่รู้สึกว่ามีอะไร

แต่ถ้าจริงจังขึ้นสักนิดกับคำถามนี้...อาจกำลังช่วยเตือนตัวคุณเองว่า...ได้ละเลยทางเลือกการลงทุนง่ายๆ ที่สำคัญทางเลือกหนึ่งไปหรือเปล่าในปัจจุบัน

สิ้นเดือนก.ย.20 ไทยมีบัญชีเงินฝาก 103.52 ล้านบัญชี มีเงินฝากรวมกันกว่า 15.18 ล้านล้านบาท แทบจะเรียกว่าคนไทยทุกคนมีบัญชีเงินฝากก็คงไม่ผิดนัก (และอาจมีมากกว่าคนละ 1 บัญชีด้วย)

จากข้อมูลของ “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)” พบว่า ณ มี.ค. 20 สัดส่วนการออมของครัวเรือนอยู่ใน ‘เงินฝาก’ 40.73% และใน ‘กองทุนรวม’ 21.06% จากเมื่อ 29 ปีก่อน ตัวเลขนี้อยู่ที่ 92.14% กับ 4.48% เท่านั้น

เชื่อว่าหลายคนได้เปิดประตูสู่จักรวาลการลงทุนผ่านกองทุนรวมไปแล้ว แต่ก็มีอีกเป็นจำนวนมากที่ยังละเลย อาจเพราะไม่เคยรู้ หรือรู้แต่ไม่สนใจก็ตามแต่

วันนี้ โอกาสในการลงทุนกลับมาอยู่ในมือคุณอีกครั้ง เพียงแค่เปิดประตูเข้าไปเท่านั้นเอง ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพาคุณเดินสู่การเปิดบัญชีกองทุนที่แบงก์ไปพร้อมๆ กัน

เพราะ ‘เงินฝาก’ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย...ในเรื่อง “การออม & การลงทุน”

นอกจาก “เงินฝาก” จะตอบโจทย์คุณในเรื่องของ ‘สภาพคล่อง’, ‘ความสบายใจ’ (ถอนเมื่อไร ก็ได้เมื่อนั้น) หรือช่วยเชื่อมโยงต่อเนื่องสู่บริการอื่นๆ ของแบงก์แล้ว

ในแง่ของ ‘ผลตอบแทน’ เอง ต้องถูกจัดชั้นอยู่ระดับ ‘ต่ำสุด’ ปัจจุบันเงินฝากออมทรัพย์ก็ไม่เต็มบาทไปแล้ว 0.5% ต่อปี ด้วยผลตอบแทนเท่านี้เงินคุณจะโตเป็น 2 เท่า จะใช้เวลา 138.98 ปี (ฟังไม่ผิดครับ) ทุก 100 บาท ที่คุณเก็บฝากแบงก์ จะโตเป็น 200 บาท ใช้เวลา 138.98 ปี เท่านั้น เกรงว่า...จะไม่ได้อยู่เห็นวันที่เงินโตเป็น 2 เท่า

“เห็นคนเล่าให้ฟังลงทุนในหุ้น ในตลาดทุน ผลตอบแทนดี แต่เราเบี้ยน้อยหอยน้อย หุ้นเป็นยังไงก็ไม่รู้จัก เขาซื้อขายกันที่ไหนก็ยังไม่รู้ คนมาชวนเปิดพอร์ต ก็ดูต้องมีขั้นตอนมากมาย มีหน้าตักอยู่เหมือนกัน นึกเสียดายวาสนาตัวเองอยู่กรายๆ ถ้ามีโอกาสได้เข้าถึงการลงทุนในตลาดทุนบ้าง ผลตอบแทนไม่ต้องมากขอแค่ 5% ต่อปี เงินคุณจะโตเป็น 2 เท่า ในระยะเวลาเพียง 14.21 ปี เท่านั้น ยังมีโอกาสได้เห็นเงินโตเป็น 2 เท่าและยังมีโอกาสจะได้ทันใช้เงินด้วยแบบนี้ ดีกว่ามั้ย?”

นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่ง...ที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่ง เพิ่มทางเลือกให้กับตัวเอง ด้วยการเปิดประตูสู่จักรวาลการลงทุนผ่านเครื่องมืออย่าง ‘กองทุนรวม’ ตลอดระยะเวลากว่า 29 ปี ที่ผ่านมา เพราะ ‘เงินฝาก’ ไม่ตอบโจทย์ในแง่ของทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนนั่นเอง

“แค่คุณอยากจะมีเงินไว้ใช้เดือนละ 15,000 บาท ด้วยผลตอบแทน 0.5% ต่อปี คุณต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 36 ล้านบาท ในขณะที่บัญชีเงินฝากที่เกิน 50 ล้านบาท ในไทย มีประมาณ 25,000 บัญชี จากทั้งหมด 103.52 ล้านบัญชี มีสัดส่วนเพียง 0.02% เท่านั้น ที่จะหากินกับดอกเบี้ยต่ำๆ แบบนี้ได้ แต่ไม่ใช่คนฝากเงินส่วนใหญ่แน่นอน!!!”

เปิด “บัญชีกองทุน” ที่แบงก์... ‘ไม่ยากอย่างที่คิด’

หันมาดูจำนวน ‘บัญชีกองทุนรวม’ ณ สิ้นปี2019 มีอยู่ประมาณ 7.14 ล้านบัญชี (อาจมีการนับซ้ำ) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7% ของบัญชีเงินฝากเท่านั้น โอกาสจะเติบโตของธุรกิจกองทุนรวมยังมีอีกมาก นั่นหากมองในแง่ของอุตสาหกรรม แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าก็คือ ‘โอกาสของการลงทุน’ ที่จะเปิดกว้างขึ้นสำหรับตัวผู้ลงทุนเอง ที่จะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ ‘โลกของเงินฝาก’ อีกต่อไปนั่นเอง

ในเดือนหนึ่งๆ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยังคงมีโอกาสแวะเวียนไปทำธุรกรรมในแบงก์อยู่ไม่มากก็น้อย จะฝาก/ถอนเงิน แลกเงิน ชำระค่าสินค้าและบริการ ชำระสินเชื่อบ้าน ฯลฯ

“โอกาสเปิดประตู่สู่จักรวาลของการลงทุนจริงๆ อยู่ใกล้ตัวคุณแค่เอื้อม ในทุกครั้งที่ไปแบงก์ การเริ่มต้นลงทุนไม่ใช่เรื่องที่น่าอายแต่ประการใด”

เมื่อมีโอกาสไปแบงก์แล้วทั้งที หากยังไม่มี ‘บัญชีกองทุน’ ก็น่าจะถือโอกาสเปิดบัญชีเสียเลย ซึ่งโดยปกติก็เหมือนกับคุณเปิด ‘บัญชีเงินฝาก’ นั่นแหละ คือ ต้องมีการฝากเงินเพื่อเปิดบัญชี อันนี้ก็ต้องมีการซื้อกองทุน (เรียกว่าลงทุน) เพื่อเปิดบัญชีในครั้งแรก เอาที่สบายใจ หลายกองทุนมีขั้นต่ำ 100, 500 บาท ก็ลงทุนได้แล้วปัจจุบัน หรือสอบถามผู้แนะนำการลงทุนที่คุณไปเปิดบัญชีดูก็ได้

“เอกสารก็ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ส่วนใหญ่ลูกค้าแบงก์ไหน ก็มักจะมีบัญชีแบงก์นั้นอยู่แล้ว สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักๆ แค่ 3 รายการนี้เท่านั้น แล้วก็เงินลงทุนครั้งแรกด้วยนะ”

ขั้นตอนก็แสนง่าย...

1.กดบัตรคิวขอเปิดบัญชีกองทุน หรือแจ้งพนักงานในแบงก์คนไหนก็ได้ เขาก็จะพาไปยังจุดให้บริการ ซึ่งจะแยกชัดเจนต่างหากจากเคาท์เตอร์ที่ให้บริการเงินฝาก เพื่อไม่ให้นักลงทุนเข้าใจผิดคิดว่า ‘กองทุนรวม’ กับ ‘เงินฝาก’ เหมือนกันนั่นเอง

2.ในการพบกันครั้งแรก พนักงานแบงก์ที่มีใบอนุญาตให้คำแนะนำการลงทุนจะแนะนำตัวเองและแสดงหมายเลขใบอนุญาตในครั้งแรกที่พบกับผู้ลงทุน เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับบริการจากบุคคลที่มีคุณวุฒิที่อยู่ในการกำกับดูแลของก.ล.ต.อย่างแท้จริง ไม่ต้องตกใจหรือแปลกใจแต่ประการใด

3.กรอกเอกสารใบสมัครเปิดบัญชี แนะนำให้สมัครใช้บริการอินเทอร์เน็ต (เพื่อความสะดวก) ด้วยเลย รอบหน้าก็สามารถทำรายการผ่านอินเทอร์เน็ตหรือ Mobile App ได้ หากบลจ.นั้นมีให้บริการ ขั้นตอนนี้ก็คล้ายกับการเปิดบัญชีเงินฝาก มีการกรอกข้อมูลต่างๆ แต่ที่จะเพิ่มเติม คือ มีการทำแบบประเมินความเสี่ยง

“ซึ่งผู้แนะนำการลงทุนที่ให้บริการคุณ ก็จะเอาข้อมูลเหล่านี้เพื่อทำความรู้จักกับทรรศนะคติในการลงทุน ประสบการณ์ เป้าหมาย ความสามารถในการรับความเสี่ยง ฯลฯ ของคุณนั่นเอง มีประโยชน์มาก เพื่อจะได้ให้คำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมกับคุณได้นั่นเอง มีอะไรสอบถามได้อย่างเต็มที่”

4.เลือกกองทุนที่ตรงกับเป้าหมายในการลงทุนของคุณ ด้วยความเข้าใจ ด้วยจำนวนเงินส่วนหนึ่ง (อาจเป็นส่วนน้อยก่อน) เพื่อลงทุนและเรียนรู้กับการลงทุนผ่านกองทุนรวมดู หลังกรอกข้อมูล ทำแบบประเมินความเสี่ยงเสร็จสรรพแล้ว ปกติถ้าเป็นแบงก์ คีย์ข้อมูลเข้าระบบก็จะมีข้อมูลออกมาเลยว่า...พอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมของคุณเป็นประมาณไหน กองทุนประเภทไหนบ้างที่คุณสามารถลงทุนได้ เลือกที่ใช่ หรือที่สนใจเพื่อลงทุนดู

เห็นมั้ยว่า... “การเปิดบัญชีกองทุน” แบบทำเองที่แบงก์ ก็ไม่ได้ยากและน่ากลัวแต่ประการใด อย่าหยุดแค่เงินฝากแบงก์ ลองเปิดประตูสู่โลกของการลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวม’ ดู ให้คุณได้มีโอกาสขยับไปสู่การลงทุนนิสนทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ที่มีอยู่ในจักรวาลการลงทุน ที่นั่นมีโอกาสของ ‘ผลตอบแทนคาดหวัง’ ที่ดีกว่าเงินฝากรอคุณอยู่