มั่นใจ “เยอรมัน” ยักษ์ใหญ่แห่งยูโรโซน...ภายใต้ ‘รัฐบาลใหม่’ จะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง !!!

“ตลาดหุ้น” ในภูมิภาคต่างๆ นั้น จะประกอบไปด้วยจำนวนตลาดหุ้นหลากหลายประเทศเข้าด้วยกันเพื่อเป็นการสร้างบาลานซ์ให้แก่ตลาดและกระจายความเสี่ยงให้แก่ผู้ลงทุน


ไม่เว้นแม้ “ตลาดหุ้นสหภาพยุโรป” ที่จะประกอบไปด้วยตลาดหุ้นนานาประเทศ แต่จะมีตลาดหุ้นประเทศหนึ่งที่มีน้ำหนักในตลาดค่อนข้างสูงหรือมีอิทธิมากที่สุดในภูมิภาคนี้ก็คงต้องยกให้ “ตลาดหุ้นเยอรมัน”


ซึ่งใหญ่และน่าสนใจพอให้ “บลจ.” ในไทยบางแห่ง จัดตั้ง “กองหุ้นเยอรมัน” เพื่อเข้าไปลงทุนในตลาดนี้โดยเฉพาะเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่สนใจ


แต่ในปัจจุบันก็มีประเด็นที่จะอดพูดถึงไม่ได้อย่างการเลือกตั้งทั่วไปในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น “พรรคโซเชียล เดโมแครตส์” คว้าชัยเฉียดฉิวในการเลือกตั้งทั่วไป ส่อแววจะมีการ “เปลี่ยนขั้วอำนาจ” ตามมา จึงถือเป็นประเด็นสำคัญ


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ “ตลาดหุ้นเยอรมัน” และต่อ “ตลาดหุ้นยุโรป” มาเล่าสู่กันฟังให้ผู้ที่สนใจและนักลงทุนกันในครั้งนี้



“โอลาฟ ชอลซ์” ผู้คว้าคะแนนเสียงด้วยความเชื่อใจของประชาชน

โดย “ดร.กำพล  อดิเรกสมบัติ”  ผู้อำนวยการอาวุโส, Chief Investment Office   ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ให้มุมมองว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปในเยอรมนีวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา “พรรคโซเชียลเดโมแครต (SPD)” นำโดย “โอลาฟ ชอลซ์” ซึ่งเป็นพรรคคู่แข่งสำคัญของ “พรรคสหภาพคริสเตียนเดโมแครต (CDU)” ได้คะแนนสูงสุดและเตรียมนำการจัดตั้งรัฐบาลผสม



(ดร.กำพล  อดิเรกสมบัติ)


“ซึ่งสาเหตุที่ได้รับคะแนนจากประชาชนค่อนข้างดี เนื่องจากความสำเร็จของ โอลาฟ ชอลซ์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังในรัฐบาลของ อังเกลา แมร์เคิล ทำให้ชาวเยอรมันเกือบ 50% ไว้วางใจให้เขาเป็นผู้นำคนต่อไป นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ผลักดันงบฉุกเฉิน 7.5 แสนล้านยูโร เพื่อช่วยเหลือแรงงานและธุรกิจต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 อีกด้วย”



“รัฐบาลชุดใหม่”...จะสร้างผลบวกให้แก่ “เยอรมัน” และ “ยุโรป”

เราจึงมีมุมมองต่อผลการเลือกตั้งจะส่งอานิสงส์ “เชิงบวก” ต่อนโยบายการคลังในเยอรมนีและระดับภูมิภาคยุโรปโดยรวม แต่การจัดตั้งรัฐบาลอาจมีแนวโน้มยืดเยื้อ อย่างไรก็ดีการลงทุนใน “หุ้นยุโรป” เอง ก็ยังเป็นที่น่าสนใจด้วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ดี ทำให้มีการฟื้นตัวของกำไรและความสามารถในการทำกำไรในระยะข้างหน้าของบริษัทจดทะเบียนได้ดีกว่าตามไปด้วย





เชื่อ
“โอลาฟ ชอลซ์” ขึ้นแท่นผู้นำเยอรมัน

ถัดมา “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บลจ. ทิสโก้  ได้ให้ความเห็นว่า ทิศทางของขั้วอำนาจรัฐบาลใหม่ของเยอรมนี ค่อนข้างมีความชัดเจนไปทางพรรคโซเชียลเดโมแครต (SPD) ที่นำโดย “โอลาฟ ชอลซ์” เกือบเต็ม 100 %



(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)



“นโยบายการเงิน-การคลัง” ที่ผ่อนคลาย...จะเป็นผลดีแก่เศรษฐกิจเยอรมัน

ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลดีแก่เศรษฐกิจเยอรมัน เนื่องจากตัวนโยบายการเงินและการคลังโดยรวมค่อนข้างมีการผ่อนคลายมากกว่าฝั่งรัฐบาลในปัจจุบัน ขณะเดียวกันแนวทางการดำเนินนโยบายส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับใช้จ่ายโดยภาครัฐเป็นหลัก ในส่วนผลกระทบที่จะมีต่อตลาดยุโรปโดยรวมคาดการณ์ว่าอาจจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมานัก



“เยอรมัน” หรือ “ยุโรป”...น่าสนใจไม่แพ้กัน

สำหรับความน่าสนใจใน “ตลาดหุ้นยุโรป” และ “ตลาดหุ้นเยอรมัน” ถือว่าเป็นน่าสนใจทั้งสองตลาดเนื่องจากตลาดหุ้นเยอรมัน ในแง่ของการเติบโตของเศรษฐกิจค่อนข้างมีความเสถียรภาพมากกว่าประเทศอื่นๆในยุโรป ซึ่งในช่วงที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและฟื้นตัวได้ดีเช่นกัน


แต่อย่างไรก็ดีการจะลงทุนเพียงแค่ในหุ้นเยอรมันก็อาจจะมีความเสี่ยงในเรื่องการกระจุกตัวในประเทศใดประเทศหนึ่งจนเกินไป นักลงทุนก็ควรจะกระจายการลงทุนใน “หุ้นยุโรป” ที่จะตลาดหุ้นประเทศอื่นๆ เพิ่มเข้ามา เพราะในภาพรวมตลาดหุ้นยุโรปก็ยังคงเป็นช่วงขาขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังเจอสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19


ตลาดหุ้นเยอรมัน เราอาจจะไม่ได้ยินชื่อตลาดหุ้นดังกล่าวในวงสนทนามากนัก แต่ในเวทีโลกหรือเวทีตลาดยุโรป กลับถือว่ามีความสำคัญและมีความน่าสนใจไม่ได้ด้อยไปกว่าตลาดอื่นๆ ซึ่งการ เปลี่ยนขั้วรัฐบาล ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายก็เป็นประเด็นที่มีผลกระทบทั้ง ตลาดหุ้นเยอรมันและ ยุโรปอย่างปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน นี่จึงเป็นอีกโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจ

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา