Official Update :

“แอพฯ บลจ.” นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากองทุนให้ดียิ่งขึ้น !!!

ในปัจจุบัน “โลกของการลงทุน” ลงทุนไร้พรหมแดน การลงทุนก็สะดวกสบายง่ายดายแค่ปลายนิ้วสัมผัส เป็นผลพวงจากเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าอย่างมาก

“กองทุนรวม” ก็เป็นอีกทางเลือกที่ง่ายสำหรับนักลงทุนที่จะเปิดประตู่ไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ที่มีอยู่ตั้งแต่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำไปจนถึงสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนทุกเพศ ทุกวัย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันได้มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ไม่น้อยหันมาพัฒนาแอพพลิเคชั่นในการซื้อขายกองทุน เพื่อให้นักลงทุนนั้นเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และการทำธุรกรรมต่างๆ ได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น

ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลแอพพลิเคชั่นของแต่ละบลจ.ที่พัฒนาขึ้นมาและช่องทางการซื้อขายกองทุนผ่านช่องทางออนไลน์หรืออิเล็กทรอนิกส์มาเสนอให้แก่ผู้อ่านที่สนใจ

Internet” ช่องทางหลักในการเข้าถึงการลงทุน ‘แบบ Online’ ของทุกบลจ.

โดยบลจ.ที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นให้สามารถรองรับการทำธุรกรรมต่างๆ นั้นมีทั้งหมด ‘12 บลจ.’ ซึ่งจะมีทั้งการทำธุรกรรมได้ในแอพพลิเคชั่นโดยตรงและสำหรับ ‘บลจ.ลูกแบงก์’ เองนั้นปกติแล้ว Mobile App ของแบงก์แม่มักจะสร้างมารองรับการทำธุรกรรมซื้อขายกองทุนของบลจ.ลูกได้อยู่แล้ว อย่างบลจ.กสิกรไทย บลจ.ไทยพาณิชย์ บลจ.กรุงศรี บลจ.บัวหลวง เป็นต้น

“แต่เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและสามารถพัฒนาความสามารถของแอพพลิเคชั่นให้ดียิ่งขึ้น หลายบลจ.ก็มีการพัฒนา Mobil App ของตัวเองคู่ขนานกันไปด้วยเช่นกัน”

ซึ่งแอพพลิเคชั่นแรกที่จะมาแนะนำ คือ SCBAM FUND CLICK” จาก ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ ที่รองรับทำธุรกรรมตั้งแต่การเปิดบัญชีกองทุนที่ผ่านแอพฯ โดยไม่ต้องไปยืนยันตัวตนที่สาขารวมถึงการผูกบัญชีได้หลากหลายธนาคาร ซึ่งการลงทุนในกองทุนรวมประเภท e-class ที่จัดตั้งขึ้นสำหรับการซื้อขายผ่านแอพฯ SCBAM Fund Click จะฟรีค่าธรรมเนียมการซื้อและค่าธรรมเนียมการจัดการ (จำกัดการลงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท)

ถัดมา K-My Funds” จากทาง ‘บลจ.กสิกรไทย’ ที่มีจุดเด่นอย่างการเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเพียงแค่ 500 บาท ซึ่งสามารถซื้อ – ขาย – สับเปลี่ยน ได้ทุกกองทุน ซึ่งแตกต่างจาก K PLUS ที่สามารถซื้อขายได้เฉพาะกองLTF/RMFและกองทุนรวมที่เคยซื้อมาแล้ว แต่ K-My Funds สามารถซื้อขายกองทุนกสิกรไทยได้ไม่จำกัด นอกจากนี้ยังมี ‘Smart Notification’ ที่จะมีคำแนะนำจากผู้จัดการกองทุนและแจ้งเตือนข่าว

‘บลจ.พรินซิเพิล’ เองก็ได้พัฒนาแอพพลิเคชันขึ้นมาด้วยเช่นกัน โดยใช้ชื่อแอพฯ ว่า Principal TH” ที่นอกจากจะสามารถซื้อขายกองทุนของบลจ.เองแล้ว ยังมีฟังก์ชันต่างๆ ค่อนข้างครบถ้วน ตั้งแต่ซื้อ ลงทุนเพิ่ม ขายคืน สับเปลี่ยน ไปจนถึงวางแผนการลงทุนอัตโนมัติ

UOBAM Invest บริการการลงทุนของ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยจัดพอร์ตการลงทุน อย่างการเช็คพอร์ตลงทุน, ทำรายการซื้อ ขาย สับเปลี่ยน กองทุน, ตรวจสอบความเคลื่อนใหวในบัญชี และสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว รวมไปถึงจำลองการลงทุน เครื่องมือที่ช่วยจัดสรรสินทรัพย์การลงทุน ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง

นอกจากนี้ยังมีข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของกองทุน IPO, ข้อมูลกองทุนต่างๆ และกิจกรรมที่น่าสนใจของบลจ. ยูโอบีและบทวิเคราะห์ที่ตามสถานการณ์การลงทุน แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุนครอบคลุมทั่วโลก

ต่อมา ‘บลจ. วรรณ’ ที่มีแอพฯอย่าง ONEAM Mobile Application” โดยเน้นพัฒนาโปรแกรม Asset Allocation เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกพอร์ตการลงทุนตามระดับความเสี่ยงของแต่ละคน ซึ่งโปรแกรมนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทผู้ลงทุน ความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงปานกลาง ความเสี่ยงสูง โดยแต่ละระดับความเสี่ยงจะแนะนำสัดส่วนที่ควรลงทุนและคำนวนอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังต่อปี

MFCFUNDS” จาก ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ ซึ่งในส่วนของแอพฯ นั้น จะสามารถสั่งซื้อขาย/สับเปลี่ยน หน่วยลงทุน ตั้งเวลาล่วงหน้า วางแผนการลงทุนอัตโนมัติหรือต้องการลงทุนแบบรายเดือน (DCA) ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของพอร์ตการลงทุนได้ทุกที่ทุกเวลา ขณะเดียวกันหลังจากเปิดบัญชีแล้ว สามารถใช้บริการ MFC SMART TRADE ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาสมัครใหม่หรือส่งเอกสารตามหลัง

ลำดับต่อมาBualuang Fund” จาก ‘บลจ.บัวหลวง’ ที่เป็นแอพลิเคชั่นที่นำเสนอเรื่องราวความรู้การลงทุนในสไตล์บลจ. , Portfolio ที่สามารถจำลองพอร์ตการลงทุนในกองทุนรวมได้ทุกกองทุนในประเทศไทย Chatbot สำหรับผู้ต้องการหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกองทุนรวมของกองทุนบัวหลวง และที่สำคัญยังมีช่องทาง Transaction ที่จะลิ้งค์ไปยัง แอพฯ หลักสำหรับซื้อขายกองทุน ได้แก่ Bualuang iBanking, Bualuang mBanking และ B-Channel

อีกหนึ่งบลจ.จากธนาคารขนาดใหญ่หรือ ‘บลจ.กรุงศรี’ ที่มีแอพฯ อย่าง @ccess Mobile Application” ที่สามารถทำรายการซื้อ ขาย สับเปลี่ยน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถกำหนดการทำรายการล่วงหน้าหรือกำหนดแผนการลงทุนแบบประจำและจัดการ LTF-RMF ได้ครบในแอพฯเดียว

LHFund Online” โดย ‘บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์’ ที่แอพพลิเคชั่นมีฟังก์ชันต่าง ๆ ค่อนข้างครบถ้วน ตั้งแต่ซื้อ ลงทุนเพิ่ม ขายคืน สับเปลี่ยน ไปจนถึงวางแผนการลงทุนแบบประจำ

ถัดมา ASP FUND” จาก ‘บลจ.แอสเซทพลัส’ ที่จะมีฟังก์ชันตั้งแต่ซื้อ-ขาย กองทุนไปจนถึงการซื้อ-ขายถัวเฉลี่ยแบบรายเดือน (DCA) ไปจนฟีเจอร์แพ็กเกจกองทุน ที่ช่วยแนะนำแผนการลงทุนที่คัดสรรโดยผู้เชี่ยวชาญในการลงทุนและ Portfolio NAV Alert ทีทำให้ทราบ NAV ของกองทุนที่ลงทุนได้ทุกวัน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น แผนประหยัดภาษี ตัวช่วยคำนวณที่ให้ได้รับประโยชน์จากการวางแผนการลงทุนและประหยัดภาษี

KTAM Smart Trade” โดย ‘บลจ.กรุงไทย’ หนึ่งในบริการที่ช่วยให้เข้าถึงการลงทุนผ่านกองทุนรวมของ บลจ.กรุงไทย พร้อมไปด้วยบริการค้นหากองทุน แสดงข้อมูลกองทุน บันทึกกองทุนที่ชื่นชอบ เมนูกองทุนที่แนะนำ แสดงพอร์ตการลงทุนและข้อมูลการลงทุน มูลค่าคงเหลือ ผลตอบแทนเฉลี่ย กำไร/ขาดทุน การทำรายการ ซื้อ ขาย สับเปลี่ยน สามารถซื้อผ่านการหักบัญชีธนาคร และบัตรเครดิต KTC (กองทุนที่อนุญาต)

สุดท้ายจาก ‘บลจ. ทิสโก้’ ภายใต้ชื่อแอพฯ TISCO My Fund” ที่มีบริการด้านธุรกรรมกองทุนรวมผ่านระบบโมบาย แอปพลิเคชั่น พร้อมให้บริการข้อมูลกองทุนรวม นอกจากนี้ยังสามารถส่งคำสั่งซื้อ ขาย สับเปลี่ยน และตรวจสอบสถานะรายการกองทุนรวม และกองทุน LTF/RMF โดยบริการซื้อกองทุนรวมและชำระเงินสามารถทำได้โดยวิธีการหักบัญชีธนาคาร

สำหรับบลจ.ที่ไม่ได้มีการพัฒนาแอพฯ ขึ้นเองนั้น สามารถทำการซื้อขายได้ผ่านช่องทางแอพฯ ‘Streaming for Fund’ ประกอบไปด้วยบลจ.ทาลิส ,บลจ.อินโนเทค ,บลจ.วีและบลจ.เมอชั่น พาร์ทเนอร์ โดย Application เหล่านี้นักลงทุนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดผ่านระบบ IOS และ Play Store ได้ทันที

“อย่างไรก็ดีช่องทางออนไลน์อย่างการซื้อขายผ่านหน้าเว็บของบลจ.นั้น ถือเป็นช่องทางแรกที่ทางบลจ.ทุกแห่งยังคงรักษาช่องทางดังกล่าวเอาไว้เช่นกัน โดยบางบลจ.เองก็ยังคงใช้แต่ช่องทางนี้เป็นหลักและมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง อาทิบลจ.ทหารไทย Eastspring, บลจ.ธนชาต Eastspring, บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด และบลจ.ฟิลลิป



ช่องทางการลงทุนในกองทุนรวมผ่านบลจ.ต่างๆ นั้น ปัจจุบันถือว่ามีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ใครยังชอบแบบพบปะผู้คนก็สามารถไปสาขาแบงก์ หรือตัวแทนขายต่างๆ ได้เอง หรือชอบแบบล้ำสมัยแค่ปลายนิ้วสัมผัสก็สามารถสมัครใช้บริการผ่าน Internet ของแต่ละบลจ.ได้ทันที และล้ำหน้ากว่านั้นก็ต้อง ‘Mobile App’ ที่ทำรายการได้ทุกที่ทุกเวลา...แค่ปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้นเอง