Official Update :

“13 กองหุ้น” โฟกัส ‘หุ้นขนาดกลาง-เล็ก’…โชว์ผลตอบแทนเป็น ‘บวก’ !!!

เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี20 แล้ว ช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นไทย” เองถือว่าไม่สดใสเท่าไรนัก SET TRI -19.27% แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ “กองหุ้นไทย” ในภาพรวมด้วยเช่นเดียวกัน

จากกองหุ้นไทย 351 กอง มีเพียง ‘13 กอง’ เท่านั้น ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เป็น ‘บวก’ ได้ ตั้งแต่ 3.54 - 23.52% เอาชนะตลาดได้ถึง 22.81 – 42.79% เลยทีเดียว

และที่น่าสนใจคือ ทั้ง 13 กองนี้ เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนใน ‘หุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ ทั้งหมดอีกด้วย ในขณะที่กลุ่ม ‘กองหุ้นใหญ่’ และ ‘กองดัชนีSET50’ แดงเดือดกันถ้วนหน้า

วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลงาน ‘กองหุ้นไทย’ ในช่วง 9 เดือนแรกมาฝากกัน

“กอง KT-mai” ผลงานดีสุดช่วง 9 เดือนแรก...โชว์ผลตอบแทน 23.52%

ในขณะที่ช่วง 9 เดือนแรกปี20 ผลตอบแทนรวมของตลาดหุ้นไทย (SET TRI) -19.27% นั้น กลุ่ม “กองหุ้นใหญ่” ซึ่งมีทั้งหมด 67 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย – 24.43% ติดลบทุกกองทุน โดยกองที่มีผลงานดีสุด –14.16% ในขณะที่กองที่แย่สุดนั้น -40.59% หรือต่างกันอยู่ 26.13%

โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดในกลุ่มนี้ ได้แก่ “กองทุนเปิดเค หุ้นธรรมาภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (KTHAICGRMF)” ของ ‘บลจ.กสิกรไทย’ ให้ผลตอบแทน -14.46%

เช่นเดียวกับกลุ่ม “กองดัชนีSET50” ที่เน้นลงทุนในหุ้นใหญ่ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีSET50 ก็มีผลงานไม่ดีเท่าไรนัก โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -25.13% ในจำนวน 21 กองนั้น ผลงานติดลบทุกกองทุน โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน -24.73% ส่วนกองที่แย่สุด -25.64% หรือต่างกันอยู่ 0.91%

สำหรับกองที่มีผลงานดีสุดในกลุ่มนี้ ได้แก่ “กองทุนเปิดธนชาต SET50 (T-SET50)” ของ ‘บลจ.ธนชาต’ ให้ผลตอบแทน -24.73%

มาดูกลุ่ม “กองหุ้นทั่วไป” ซึ่งมีมากถึง 243 กองนั้น ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -19.33% มีเพียง 4 กองเท่านั้น ที่มีผลงานเป็นบวก โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 11.35% ในขณะที่กองที่มีผลงานแย่สุด -34.11% ต่างกันอยู่ 45.45% เลยทีเดียว

โดยกองที่มีผลงานดีสุดในกลุ่มนี้ ได้แก่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัส สมอล แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ หุ้นระยะยาว ชนิดมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี (ASP-SMELTF-T)” ของ ‘บลจ.แอสเซท พลัส’ ให้ผลตอบแทน 11.35%

มาถึงกลุ่มสุดท้ายซึ่งถือเป็นพระเอกของการลงทุนช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ คือ กลุ่ม “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ซึ่งมีเพียง 20 กองนั้น สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย -1.62% ในจำนวนนี้มีถึง 9 กอง ที่มีผลตอบแทนเป็นบวก โดยกองที่มีผลงานดีสุดนั้นให้ผลตอบแทน 23.52% ส่วนกองที่แย่สุด -18.11% หรือต่างกันอยู่ 41.63%

โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดในกลุ่มนี้ ได้แก่ “กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้น เอ็ม เอ ไอ (KT-mai)” ของ ‘บลจ.กรุงไทย’ ด้วยผลตอบแทน 23.52% และยังเป็นกองทุนเดียวในอุตสาหกรรมที่มีนโยบายชัดเจนที่ลงทุนในหุ้นตลาด mai ที่มีการเติบโตดีอีกด้วย

“พอร์ตลงทุน (ณ 31 ส.ค. 20) มีหุ้นที่ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ TACC 8.84%, AUCT 8.44%, ITEL 7.75%, JKN 7.53% และ CHAYO 7.49%”

ภาพรวมของหุ้นช่วง 9 เดือนแรกที่ไม่ดีนี้ ได้ดึงให้ค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนตลาดหุ้นไทย (SET TRI) ย้อนหลัง 10 ปี ลงมาเหลือ 5.94% ต่อปี แต่ก็ยังสะท้อนว่าการลงทุน ‘ระยะยาว’ ในหุ้นก็ยังเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ แต่ในระหว่างทาง ‘ความผันผวน’ ของตลาดหุ้นถือเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นักลงทุนควรเข้าใจด้วยเช่นกัน