ชู “4 Themes” ลงทุนสุดปังส่งท้ายปี21...กับโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว !!!  

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี หลายคนก็ถือเป็นจังหวะในการมานั่งทบทวนดูพอร์ตการลงทุนของตัวเองอีกครั้งเพื่อจะมาขยับปรับพอร์ตกันใหม่


และส่วนใหญ่ก็คงใช้โอกาสนี้ในการ “วางแผนภาษี” ผ่านการลงทุนใน “กองทุนประหยัดภาษี” ซึ่งปัจจุบันยังมีทั้ง กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)’ และ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)’ ให้เลือกลงทุนอยู่ด้วยเช่นกัน


มองไประยะยาว การลงทุนใน “หุ้น” ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสุดโดยเปรียบเทียบอยู่นั่นเอง ซึ่งหากสามารถจะลงทุนไปกับ Theme” การลงทุนระยะยาวได้ก็จะยิ่งช่วยให้พอร์ตของคุณเติบโตได้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มี 4 Themes” การลงทุนที่น่าสนใจจาก SCB CIO” และ “บล.บัวหลวง” มาอัพเดทกัน



SCB CIO” แนะจัดพอร์ตเน้น ‘หุ้นสหรัฐ-ยุโรป-เวียดนาม-Techจีน’…โอกาสรับผลตอบแทนดีในระยะยาว

โดย “ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ” ผู้อำนวยการอาวุโส SCB Chief Investment Office (CIO)  ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกถึงกลยุทธ์จัดพอร์ตการลงทุนปลายปีนี้ว่า ยังเน้นหุ้นสหรัฐ ยุโรป  เวียดนาม และTech จีน มั่นใจระยะยาวมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี โดย “ตลาดหุ้นสหรัฐ” และ “หุ้นยุโรป” นั้นยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง การประกาศทำการลดการเข้าซื้อพันธบัตรตามที่ตลาดคาด (QE taper without tantrum) และตลาดแรงงานสหรัฐฟื้นตัวดีขึ้นมาก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อสูงมีแนวโน้มยืดเยื้อจะทำให้ “ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)” ต้องขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกตั้งแต่มีวิกฤติ COVID-19 ในช่วงกลางปี22 อย่างไรก็ตาม FED จะมีการส่งสัญญาณให้ตลาดทราบก่อน



(ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ)



“สำหรับตลาดหุ้นในกลุ่ม Emerging Markets มองว่า ตลาดหุ้นเวียดนาม ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หลังมีการกลับมาเปิดเมืองและภาคการส่งออกยังคงเติบโตแข็งแกร่ง ส่วน ตลาดหุ้นจีน ยังคงมีมุมมอง neutral โดยเน้นการลงทุนใน กลุ่ม tech’ ด้วยมูลค่าที่ถูกและความเสี่ยงด้านกฏเกณฑ์ภาครัฐ (Regulatory risks) ที่น่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว”



“หุ้นจีน” ความเสี่ยงจากภาครัฐน่าจะผ่าน
‘จุดต่ำสุด’ ไปแล้ว

สำหรับการลงทุนใน “หุ้นสหรัฐ” และ “หุ้นยุโรป” แนะนำหุ้นในกลุ่ม ‘quality growth’ ที่มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องใน core portfolio โดยมี ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ที่มีการฟื้นตัวต่อเนื่องหลังเปิดเมือง และผลการเลือกตั้งที่เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้  ใน satellite portfolio


“ส่วน ตลาดหุ้นจีน นั้น ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ภาครัฐที่น่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว รวมถึง valuation ที่น่าสนใจ เราได้ปรับมุมมอง หุ้นจีน H-share’ ขึ้นเป็น neutral โดยเน้นการลงทุนในหุ้น กลุ่ม Tech’ อย่างไรก็ตามกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ยังได้รับแรงกดดันจากความพยายามของภาครัฐที่จะชะลอการเติบโตด้วยการ leverage ในอุตสาหกรรมนี้ สำหรับ หุ้นจีน A-share’ ยังคงมุมมอง Neutral จากนโยบายมุ่งเน้นเติบโตจากภายในประเทศของจีน เช่น นโยบาย dual circulation และ common prosperity





ทั้งนี้ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” ยังเป็น Top pick ในตลาดหุ้นอาเซียนในมุมมองของเรา แม้ valuation เริ่มมีการขยับขึ้นมา แต่ในระยะข้างหน้าเชื่อว่าเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดจะเบียนจะมีการฟื้นตัวได้ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของภาคส่งออกตามเศรษฐกิจโลก ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงน่าจะทำให้การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวต่อเนื่องได้เช่นกัน



“บล.บัวหลวง” แนะวางแผนภาษีส่งท้ายปีกับ
‘4 Themes’ สร้างผลตอบแทนระยะยาว

ด้าน “เสริมศักดิ์ วงศ์สิทธิโชค” ผู้อำนวยการ ฝ่ายค้าตราสารการเงิน บล.บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มอง ว่า ภาพรวมตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี21 ยังคงไปต่อได้ จึงแนะนำให้ผู้ที่กำลังวางแผนการลดหย่อนภาษีปี 21 หรือต้องการสร้างเงินออมจากการลงทุนในระยะยาว หาจังหวะเข้าลงทุน “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” และเพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพผู้ลงทุนจะต้องจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะกับช่วงอายุแล้วยังต้องพิจารณาถึงความสามารถในการรับความเสี่ยงด้วย



(เสริมศักดิ์ วงศ์สิทธิโชค)



“โดย SSF และ RMF ที่แนะนำในช่วงโค้งสุดท้ายของปี21 นี้ เน้นลงทุนใน 4 ธีมหลัก คือ กองทุนผสม, กองทุนหุ้นเทคโนโลยี, กองทุนหุ้นทั่วโลก และกองทุนหุ้นเวียดนาม


1. “กองทุนผสม” ที่มีความเสี่ยงระดับปานกลาง แนะให้ลงทุนใน ‘กองทุน BCAP GW75SSF’ หรือ กองทุน BCAP-2040RMF’ ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ในและนอกประเทศ, ตราสารทุนในและนอกประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก


2. “กองทุนหุ้นเทคโนโลยี” ที่มีความเสี่ยงระดับสูง แนะ ‘กองทุน KKP TECH-H-SSF” ที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคที่กำลังเป็นกลุ่มสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และ กองทุน B-INNOTECHRMF’ ที่ลงทุนในหุ้นเทคฯ คุณภาพดีทั้งแอปพลิเคชันให้บริการออนไลน์, Semiconductor และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากทั่วโลก


3. “กองทุนหุ้นทั่วโลก” ที่มีความเสี่ยงระดับสูง แนะนำ ‘กองทุน KFGGSSF’ เพราะเชื่อว่าหุ้นเติบโต จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะยาว และ กองทุน KCHANGERMF’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านการศึกษาด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม


4. “กองทุนหุ้นเวียดนาม” ที่มีความเสี่ยงระดับสูง แนะนำ ‘กองทุน ASP-VIETRMF’ ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนาม โดยคาดว่าจะได้ประโยชน์จากโอกาสเติบโตของตลาดหุ้นเวียดนาม และการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อาจกลับมาขยายตัวเฉลี่ย 6-7% ต่อปี อีกครั้งในปี 2022


ใครกำลังมองหาธีมการลงทุนที่ตอบโจทย์ระยะยาว เชื่อว่าทั้ง “4 Themes” การลงทุนข้างต้นน่าจะเป็นทางเลือกที่มาเติมเต็มพอร์ตการลงทุนให้กับคุณได้เป็นอย่างดี

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’