“FinTech”…ดาวเด่นในซับธีม ‘กลุ่มเทคโนโลยี’ ที่ควรมีติดพอร์ตไว้ !!!
นักลงทุนอาจจะเริ่มเห็นการผันตัวหรือการเปลี่ยนแปลงของธนาคารพาณิชย์ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ เข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลและบริการรูปแบบใหม่ๆ
ซึ่งแน่นอนว่าที่เรารู้จักหรือผ่านหูผ่านตาอย่างคำว่า “Fintech” หรือ “เทคโนโลยีทางการเงิน” ที่ถูกพัฒนามาแข่งขันกับวิธีการทางการเงินแบบดั้งเดิมในการให้บริการทางการเงิน หรือใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงกิจกรรมทางการเงิน
โดยความน่าสนใจของธุรกรรมดังกล่าวนอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ “ธนาคาร” และ “ผู้บริโภค” แล้ว ยังได้รวมมาถึงภาค “การลงทุน” ด้วยเช่นกันที่จะเข้าช่วยเสริมพอร์ตการลงทุนและการสร้างผลตอบแทน
เพื่อให้เห็นถึงความน่าสนใจในภาคธุรกิจนี้มากขึ้น ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้มีมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจ “Fintech” จากผู้เชี่ยวชาญในสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มาฝากแก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
“FinTech” แนวโน้มโตระยะยาวตาม “ดิจิทัลเทรนด์”
โดย “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บลจ. ทิสโก้ ได้ให้มุมมองว่า ธุรกิจ “Fintech (เทคโนโลยีทางการเงิน)” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะมีการเติบโตที่ดีในระยะยาว เนื่องจาก “ดิจิทัลเทรนด์” ที่ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทและความสำคัญในอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจต่างๆโดยเฉพาะธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่ได้เข้าอย่างรวดเร็ว
.jpg)
(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“ในปัจจุบันจึงเริ่มเห็นการนำ Fintech หรือการใช้เทคโนโลยีทางการเงิน เข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจแม้กระทั่งประเทศไทยก็เริ่มมีธนาคารขนาดใหญ่ขยับตัวไปยังเทรนด์ดังกล่าว แต่หลายๆ ประเทศก็ยังมีการเคลื่อนตัวที่ช้าอยู่บ้าง ซึ่งเชื่อว่าในไม่ช้าก็เร็ว การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศผ่านดิจิทัลก็จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและสนับสนุนให้มีความต้องการเทคโนโลยีทางการเงิน”
“พฤติกรรมคนยุคใหม่” เปลี่ยน...ปัจจัยหนุนให้ “FinTech” เติบโตในระยะยาว
ขณะเดียวกันพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่เข้าสู่โลกสังคมไร้เงินสดก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ Fintech เติบโตขึ้นได้ สะท้อนจากในช่วงที่ COVID–19 แพร่ระบาด ธุรกิจ FinTech เติบโตอย่างมากและกลายเป็นความต้องการพื้นฐานแทรกซึมในหลายๆ กิจกรรมของมนุษย์ เช่น Online shopping การให้สินเชื่อผ่านระบบโมบายแบงก์กิ้ง รวมถึงการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตและเครดิต
“นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาภาคธุรกิจยังได้นำเสนอบริการ Robo-advisor มาเป็นตัวช่วยสำหรับการลงทุน แม้กระทั่งการใช้ Smart Watch มาคำนวณเบี้ยประกัน อีกทั้งยังได้เห็นปรากฏการณ์ที่ธนาคารกลางหลายแห่งของโลกเริ่มทดลองใช้ ‘Central Bank Digital Currency (CBDC)’ หรือ ‘สกุลเงินดิจิทัล’ ที่ออกโดย ‘ธนาคารกลาง’ เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการชำระราคาสินค้าและบริการ ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่ทำให้เห็นว่าโลกของเราได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ FinTech”

โดยรวมจึงมองว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นแรงขับเคลื่อน รวมถึงการเติบโตของสกุลเงินดิจิทัล อีกทั้งการเข้ามาของ Big Data และ Machine Learning จะทำให้ภาคธุรกิจทั้งธนาคาร ธุรกิจประกัน และธุรกิจด้านการลงทุนสามารถจับพฤติกรรมของผู้บริโภค และนำ FinTech มานำเสนอบริการที่สะดวก ตรงใจผู้บริโภคและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้โดดเด่นกว่าธุรกิจการเงินแบบดั้งเดิม และยังปลอดภัยมากขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยี Blockchain มาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ
ซึ่งนักลงทุนที่สนใจหรือกำลังหาโอกาสการลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงในระยะยาวหรือในช่วง 5-10 ปี ธุรกิจ Fintech ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เข้ามาเสริมพอร์ตการลงทุนให้มีความหลากหลาย หรืออิงตามกระแสเมกะเทรนด์ เทคโนโลยีได้เช่นกัน และยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงในอนาคต
“ธุรกิจ Fintech ในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนอาจจะเคยได้ยินในวงสนทนาหรือผ่านหูผ่านตามาบ้าง แต่อาจมองภาพของธุรกิจได้ยากเพราะธุรกิจส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นทำให้การคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจในอนาคตยังมองได้ยาก แต่นี่คือหนึ่งในธีมการลงทุนระยะยาวที่สามารถตอบโจทย์การลงทุนของคุณได้เป็นอย่างดี”
