Official Update :

ชี้ปี21 “หุ้น” ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนมากกว่า ‘ตราสารหนี้’

หลังจากผ่านปีแห่งความวุ่นวาย ความผันผวนในตลาด และการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของราคาหุ้น ส่งสัญญานว่าปีนี้โอกาสที่จะไปต่อ...มีไม่มาก

ปีที่ผ่านมา...เป็นปีที่ วุ่นวาย และ ผันผวนมาก สำหรับนักลงทุนทั่วโลก การแพร่ระบาทของ Covid-19 กดดัน ตลาดหุ้น หลายแห่งให้ปรับตัวลงและต่อมาก็มีการฟื้นตัวอย่างเร็วจากการตอบรับการแก้ไขและสนับสนุนของภาครัฐและธนาคารกลางทั่วโลก

มาลองมองภาพปีที่ผ่านมา ในรูปแบบของ “Charts” และมาดูกันว่ามีสัญญาณใดให้สังเกตต่อในปี 2021 ได้

ผลประกอบการบริษัท, มูลค่าพื้นฐาน และกลุ่มตลาดประเทศเกิดใหม่

“จุดสำคัญ” ของปีนี้คือ ปีแห่งการฟื้นตัวในทั้ง ‘ตลาดหุ้น’ และ ‘ตลาดตราสารหนี้’ ทั่วโลก จากการปรับฐาน และการสนับสนุนต่อเนื่องจากธนาคารกลางต่อไป

การเข้าซื้อหรือการรับซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล อย่างไม่จำกัด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวอยู่ในระดับต่ำ และยังคงจะอยู่ในระดับต่ำต่อไปในปีนี้ 2021 ทีมนักกลยุทธ์ของ “JPMorgan” คาดว่า งบดุลของธนาคารกลางจะขยายเพิ่มขึ้นกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้

หุ้นกลุ่ม “Tech” และ “High Quality” เป็นกลุ่มแรกที่ฟื้นจาก จุดต่ำสุด ในช่วงเดือนมีนาคม แต่ในช่วงครึ่งปีหลัง นักลงทุนเริ่มปรับพอร์ตไปยังกลุ่มหุ้น “cyclical (กลุ่มที่ปรับตัวตามวงจรเศรษฐกิจ)”, กลุ่มหุ้นที่มีมูลค่าไม่สูงและหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งเกิดมาจากความคาดหลังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในวงกว้างในปีถัดไป เนื่องจากการมีวัคซีนสำหรับรักษา covid-19 โดยที่การได้รับอนุมัติของวัคซีน กระตุ้นให้ตลาดเกิดการปรับตัวในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทขนาดเล็กๆ ที่มีการขยายตัวสูง

การฟื้นตัวของตลาดอย่างรวดเร็วจากเดือนมีนาคม มีความกังวลว่าระดับราคาได้สะท้อนถึงราคาในอนาคต ปี 2021 ไปหมดแล้ว ทั้งนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลก และ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีผลตอบแทนสูงเป็นเลข 2 หลักติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปีแล้ว ซึ่งจากข้อมูลในอดีตโอกาสที่จะปรับตัวสูงต่อเนื่องในปีที่3 มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก แต่โอกาสก็ยังมีอยู่

แล้วปีนี้ 2021 ตลาดจะปรับตัวขึ้นต่อไหม? หรือตลาดมาสุดทางแล้ว...

คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับ อัตราการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ ดังที่แสดงในรูปด้านล่าง ประมาณการของการขยายตัวของ EPS สำหรับบริษัทใน ‘S&P500’ ปี 2021 อยู่ที่ระดับ $169.20 ซึ่งปรับตัวขึ้นจากปี 2020 =+21.7% ซึ่งเป็นระดับที่ สูงที่สุด

ทั้งนี้จากนาย “John Butter”, Senior Analyst ของ FactSET การประมาณการของตลาด ในส่วนของ EPS มักจะสูงไป 7% ดังนั้น ถ้าปรับตามข้างต้น ระดับ EPS จะปรับลงมาอยู่ที่ $157.32 ซึ่งจะต่ำกว่า EPS ในปี 2018 และ 2019 ที่ $161.45 และ $163.02 ตามลำดับ

“อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของผลประกอบการในปีนี้ 2021 เป็นสิ่งที่ต้องติดตาม เนื่องจาก valuation ปัจจุบันอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย จากผลประการที่ปรับสูงขึ้นจะทำให้อัตราการเพิ่มของ valuation นั้นลดลงในช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป”

จาก chart ด้านล่างของ “Northern Trust Asset Management” แสดงให้เห็นว่า ระดับ P/E ย้อนหลัง 12 เดือน ของตลาดหุ้นทั่วทุกภูมิภาคหลัก อยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งหมดของตัวเขาเอง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ณ ปัจจุบันอยู่ในระดับที่แพงกว่าตลาดอื่นๆ ซึ่งจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กลุ่มตลาดหุ้นใน ประเทศเกิดใหม่ ในปีนี้ 2021 และกลุ่มพวก ‘cyclical’ กลับมาดี แต่ก็ยังมีข้อโต้แย้งว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะมีการฟื้นตัวของการทำกำไรที่สูงกว่าเนื่องจากการภาพรวมการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่เร็วกว่าและการด้อยค่าของเงินดอลลาร์

“การปรับตัวของค่าเงินดอลลาร์เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นปัจจัยที่กระตุ้นการฟื้นตัวและการขยายตัวของกำไรบริษัท Chart ด้านล่างแสดงให้เห็นว่า หุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวช้ากว่าหุ้นประเทศอื่น เมื่อค่าเงินดอลลาร์อยู่ในขาลง การแข็งตัวของค่าเงินท้องถิ่นจะเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนต่างประเทศย้ายเงินลงทุนออกจากหุ้นสหรัฐฯ”

ดัชนี “Bloomberg Barclay global bond index” ที่สะท้อนพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ภาคเอกชนที่อยู่ในระดับ investment grade มีการปรับตัวลดลงของอัตราผลตอบแทนและยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยอายุเฉลี่ยของดัชนี = 9 ปี และอัตราผลตอบแทน ณ ปัจจุบัน = 0.84% โดยปรับตัวลงจาก 2.79% เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

“จากทิศทางการปรับตัวลงต่อเนื่องของอัตราผลตอบของตราสารหนี้ ส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจในการลงทุน ทำให้การลงทุนใน ‘หุ้น’ ยังเป็นที่น่าสนใจมากกว่า การลงทุนใน ‘ตราสารหนี้’ นั่นเอง”