Official Update :

CPL มั่นใจครึ่งปีหลังปัจจัยบวกหนุนเพียบ บาทอ่อนดันรายได้ส่งออกเพิ่ม เตรียมขยายไลน์ผลิตหนังสำหรับรองเท้าแบรนด์ดัง

CPL ประเมินครึ่งปีหลัง เชื่อปัจจัยบวกสนับสนุนต่อเนื่อง หลังครึ่งปีแรกออเดอร์ฟอกหนังดันกำลังการผลิตเข้าใกล้ 100% ระบุรับอานิสงส์บาทอ่อนแตะ 35 บาท ส่งผลรายได้ส่งออกเพิ่ม ยอมรับราคาพลังงานที่สูงขึ้น กระทบต้นทุนหนังดิบเพิ่ม 20% แต่มีแนวโน้มลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่ต้นทุนเคมีเพิ่มเฉลี่ย 25% ทำให้ต้องปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพลดการสูญเสียไม่ให้เกิดการใช้เคมีซ้ำ เผยอีก 2 เดือนเตรียมขยายไลน์ผลิตหนังสำหรับรองเท้าแบรนด์ดัง “ดร.มาร์ติน” ที่คำสั่งซื้อเติบโต 3-4 เท่าตัว ด้านสายธุรกิจเซฟตี้ โปรดักส์ ภายใต้แบรนด์ “แพงโกลิน” กลับมาคึกคักตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หลังจากโรงงานอุตสาหกรรม-ไซต์งานก่อสร้างเริ่มเดินเครื่องหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย


นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้  CPL จะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งล่าสุดอ่อนค่าลงไปแตะระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และมีการประเมินจากสำนักวิจัยต่างๆ ว่า ค่าเงินบาทอาจจะแตะระดับ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เร็วและแรงกว่าที่คาดเพื่อยุติปัญหาเงินเฟ้อ และแม้ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น แต่ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยสหรัฐฯกับไทย ก็ยังคงมากพอที่จะทำให้เงินทุนไหลออกและค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลดีกับ CPL ในฐานะผู้ส่งออก


“อัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยหนุนที่มาถูกช่วงถูกเวลา เพราะมาในช่วงที่เราได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสายธุรกิจผลิตหนังสำเร็จรูป ซึ่งออเดอร์ที่มีเข้ามาจนทำให้กำลังการผลิตในขณะนี้ใกล้เต็ม 100% มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจคึกคักขึ้น ผู้คนเดินทางมากขึ้น และทำให้ความต้องการหนังสำหรับผลิตรองเท้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยลูกค้าหลักของ CPL ไม่ว่าจะเป็นอาดิดาส, ทิมเบอร์แลนด์ รวมถึงพูม่า มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่เติบโตมากประมาณ 3-4 เท่าตัวคือ แบรนด์ ดร.มาร์ติน ซึ่งขณะนี้เรากำลังเตรียมขยายไลน์ผลิตหนังเพื่อส่งให้กับแบรนด์ ดร.มาร์ติน โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า” นายภูวสิษฏ์กล่าว


ขณะเดียวกัน ในครึ่งหลังของปีนี้ CPL ยังจะได้รับปัจจัยหนุนจากราคาหนังดิบที่เริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวลดลง หลังจากที่ครึ่งปีแรก ราคาหนังดิบปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% ตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่นเดียวกับต้นทุนเคมี ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25% ตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม CPL ได้รับมือกับการปรับเพิ่มขึ้นของราคาเคมี ซึ่งเป็นต้นทุนที่มีสัดส่วน 15-18% ของต้นทุนรวม ด้วยการปรับกระบวนการผลิตในโรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ให้เกิดการใช้เคมีซ้ำ และลดการสูญเสียของการใช้เคมี รวมถึงสั่งเครื่องจักรใหม่ที่เน้นการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ บริษัทฯ จะต้องรับรู้ผลจากการขายหนังกึ่งสำเร็จรูป (Wet Blue) ซึ่งเป็นการขายในราคาที่ต่ำกว่าทุน เพื่อลดปริมาณสินค้าคงเหลือให้ต่ำลง ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารสภาพคล่องได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ อีกทั้งเพื่อเตรียมรับมือหากเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคตด้วย


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPL กล่าวด้วยว่า สำหรับสายธุรกิจอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (เซฟตี้ โปรดักส์) ภายใต้แบรนด์ “แพงโกลิน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสายธุรกิจของ CPL นั้น มีแนวโน้มดีขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงไซต์งานก่อสร้างต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ “แพงโกลิน” กลับมาดำเนินการผลิตและดำเนินการก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้อุปกรณ์เซฟตี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่ง “แพงโกลิน” มีจุดแข็งเรื่องคุณภาพของสินค้า ความเชี่ยวชาญของทีมงานที่จะคอยให้คำแนะนำเรื่องการใช้งาน รวมถึงบริการหลังการขาย ทำให้เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม โดยขณะนี้สินค้าในกลุ่มรองเท้านิรภัยเริ่มมีสัญญาณยอดขายดีขึ้น ขณะที่สินค้ากลุ่ม PPE สำหรับป้องกันโควิด-19 มีแนวโน้มลดลง ดังนั้น บริษัทฯ จึงปรับแผนและปรับกลยุทธ์การขายให้สอดรับกับสถานการณ์ ด้วยการรุกทำตลาดรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์ป้องกันภัยในโรงงาน รวมถึงไซต์งานต่างๆ ให้กลับมาเป็นสินค้ากลุ่มขายดี ที่จะสร้างการเติบโตให้กับ CPL ต่อไป

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 17 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 10 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 13 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us