Official Update :

"สแกน อินเตอร์" บุกธุรกิจโซลาร์รูฟท็อป แนะทางเลือกเอกชนลดต้นทุนค่าไฟ

ดร.ฤทธี กิจพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN และ กรรมการ บริษัท สแกน แอดวานซ์ พาวเวอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดของประเทศไทย แต่มักมีการตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ได้รวบรวมข้อดีของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไว้เพื่อให้เห็นแนวทางและง่ายต่อการตัดสินใจสำหรับติดตั้งมากยิ่งขึ้นไว้ 5 ข้อ ดังนี้

  1. ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้กับหน่วยงาน หรือโรงงานได้ในระยะยาว เนื่องจากสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ และเป็นการยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ระบบแสงสว่างได้อีกด้วย
  2. มีพลังงานสะอาดใช้อย่างยั่งยืน ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งไม่มีวันหมด ทำให้เรามีพลังงานสะอาดใช้อย่างยั่งยืน
  3. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปลดปล่อยพลังงานก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ เพราะไม่มีการใช้เชื้อเพลิงอื่นๆในการเผาไหม้ จึงไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
  4. มีการรับรองประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้งานอย่างต่อเนื่อง พร้อมดูแลบำรุงรักษา ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งานจนถึงวันสิ้นสุดสัญญา เพื่อให้ได้พลังงานไฟฟ้าตามที่คาดหวังอย่างต่อเนื่อง และเต็มประสิทธิภาพ
  5. ใช้เงินลงทุนเพียง 0 บาท ด้วยโมเดลแบบ Private PPA (Private Power Purchase Agreement) เป็นการทำสัญญาซื้อ-ขาย พลังงานไฟฟ้าระหว่างหน่วยงานเอกชนกับเอกชน

อย่างไรก็ตามการเลือกผู้ติดตั้งระบบก็เป็นส่วนสำคัญเช่นกัน หากเราเลือกผู้ติดตั้งที่ไม่ดี เรื่องความคุ้มค่าก็สามารถตัดทิ้งไปได้เลย บริิษััท สแกน แอดวานซ์์ เพาเวอร์์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาในอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนของประเทศไทยแบบครบวงจร ได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการติดตั้งระบบ รวมไปถึงประสิทธิภาพในการใช้งานให้กับบริษัทฯ ชั้นนำหลายแห่ง โดยปัจจุบันทางบริษัท สแกน แอดวานซ์ เพาเวอร์ จำกัด (SAP) ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภาคเอกชน (Private PPA) ไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 12 MW และคงเป้าหมายกำลังการผลิตรวมทั้งหมดอยู่ที่ 20 MW ในปลายปีนี้