Official Update :

SVI ประกาศเป้าหมายปี 2566 ทำรายได้รวม 30,000 ล้านบาท ชูศักยภาพด้านการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ที่มีประสิทธิภาพ

บมจ.เอสวีไอ หรือ SVI ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแบบครบวงจรในการประกอบผลิตภัณฑ์ประเภทวงจรไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิคส์สำเร็จรูปแก่ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม ประกาศเป้าหมายปี 66 ทำรายได้ 30,000 ล้านบาท รับความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์พุ่ง ชูศักยภาพการผลิตทั้งในประเทศและต่างประเทศป้อนความต้องการลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเมกะเทรนด์ของโลก ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า โทรคมนาคมและเครือข่ายไร้สาย แถมแนวโน้มการขาดแคลนวัตถุดิบคลี่คลายในทางที่ดีกดต้นทุนการผลิตลดลง  


นายสมชาย สิริปัญญานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแบบครบวงจรในการประกอบผลิตภัณฑ์ประเภทวงจรไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิคส์สำเร็จรูปแก่ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Original Equipment Manufacturer: OEM) เปิดเผยว่า ลูกค้าของ SVI ในภาคอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ในปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตที่ดีต่อเนื่อง โดยประเมินว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์เกี่ยวกับระบบควบคุมอุตสาหกรรม อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมและเครือข่ายไร้สาย และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ยานยนต์ ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมอยู่ในเมกะเทรนด์ของโลก ทำให้ฐานลูกค้าเดิมของบริษัทฯ มีออเดอร์เพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสของ SVI ขับเคลื่อนสร้างการเติบโตผลักดันเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2566 เพิ่มเป็น 30,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะทำรายได้รวมกว่า 26,000 ล้านบาท


บริษัทฯ พร้อมนำศักยภาพและประสิทธิภาพการผลิตจากฐานการผลิตที่กระจายอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์สำคัญด้านการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา สโลวาเกีย ออสเตรียและฮังการี เพื่อตอบสนองความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ที่เพิ่มขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรมให้แก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น SVI ได้ขยายกำลังการผลิตของโรงงานในประเทศกัมพูชาเกือบ 3 เท่า และเพิ่มกำลังการผลิตอีกเกือบ 2 เท่าที่ฐานการผลิตประเทศสโลวาเกีย เพื่อรองรับลูกค้าใหม่ที่ต้องการย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีนเพื่อส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งความต้องการการย้ายฐานการผลิตเกิดจากความไม่แน่นอนของสงครามการค้าจีนกับสหรัฐรวมไปถึงความกังวลต่อประเด็นการดำเนินนโยบาย Zero Covid Policy ของภาครัฐทำให้เกิดความเสี่ยงของ Supply Chain Disruption โดยฐานการผลิตทั้ง 2 แห่งดังกล่าวของ SVI ได้ขยายกำลังการผลิตแล้วเสร็จเพื่อเตรียมพร้อมรองรับออเดอร์ไว้เรียบร้อยแล้ว


ขณะเดียวกัน จะเร่งขยายตลาดและฐานลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน ที่ SVI ได้เข้าไปตั้งทีมขายเพื่อนำเสนอศักยภาพด้านการผลิตให้ลูกค้า เพื่อใช้ประโยชน์จากประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นกัน ทำให้ SVI นำข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันด้านยุทธศาสตร์ทำเลที่ตั้งของฐานการผลิตเข้าไปตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ตลอดจนการนำศักยภาพด้านการผลิตเพื่อบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าปัจจัยลบจากการขาดแคลนวัตถุดิบผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์จะมีแนวโน้มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้นก็ตาม จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นและอัตราการทำกำไรได้ดีอย่างต่อเนื่องระหว่างที่กลยุทธ์ของบริษัทฯ จะสามารถทำให้ยอดขายโตขึ้นปีละ 15%-20%


“เรามุ่งเน้นสร้างการเติบโตต่อเนื่อง โดยนำความสามารถด้านการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ที่มีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการภาคธุรกิจที่เป็นเมกะเทรนด์ของโลก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าหรืออุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมและเครือข่ายไร้สาย ซึ่งยังขยายตัวเติบโตได้อีกมาก ประกอบกับปัจจัยการขาดแคลนวัตถุดิบผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์มีทิศทางที่ดีขึ้น จะช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้” นายสมชาย กล่าว 

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 19 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 12 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 11 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us