Official Update :

SAF โชว์ฟอร์มเด่น ทำรายได้จากการขายและบริการ 219 ลบ. บอร์ดฯ ไฟเขียวอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.035 บาทต่อหุ้น

บมจ. เอส.เอ.เอฟ. สเปเชียล สตีล หรือ SAF’ ผู้นำธุรกิจเหล็กกล้าเกรดพิเศษคุณภาพระดับโลกและการให้บริการชุบแข็งสุญญากาศ โชว์ผลการดำเนินงานปี 2565 ทำรายได้จากการขายและบริการ 219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.42% และมีกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท ด้านบอร์ดฯ อนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.035 บาทต่อหุ้น เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่และนำเสนอนวัตกรรมคุณภาพส่งเสริมศักยภาพการผลิตให้แก่ภาคอุตสาหกรรม สร้างการเติบโต 20-30%  รับจังหวะเศรษฐกิจไทยขยายตัว


ดร.พิศิษฐ์ อริยเดชวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส.เอ.เอฟ. สเปเชียล สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ SAF ผู้นำธุรกิจเหล็กกล้าเกรดพิเศษคุณภาพระดับโลกและการให้บริการชุบแข็งสุญญากาศ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยความสำเร็จมาจากความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของ SAF ที่สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและบริการที่มีคุณภาพสูง จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายเหล็กกล้าเกรดพิเศษคุณภาพสูงจากบริษัทระดับโลกในประเทศเยอรมนี อาทิ DÖRRENBERG EDELSTAHL GmbH และ WILHELM OBERSTE-BEULMANN GmbH จึงตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างครบวงจร รองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าภาคอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนเครื่องจักรกลทางวิศวกรรมตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ  


ขณะเดียวกัน ยังคงได้รับปัจจัยเชิงบวกจากราคาจำหน่ายเหล็กกล้าเกรดพิเศษที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง และสามารถรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นได้ดี ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 เพื่อพิจารณาและอนุมัติการจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.035 บาทต่อหุ้นโดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 9 มีนาคม 2566 (Record Date) และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นภายในวันที่ 23 พฤษภาคม 2566


ส่วนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ SAF ตั้งเป้ายอดขายเติบโตเฉลี่ย 20-30% จากแผนเพิ่มฐานลูกค้ารายใหม่ๆ รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้น โดยมีแผนลงทุนโครงการคลังสินค้าแห่งใหม่เพื่อเพิ่มความจุสินค้าจากเดิม 2,000 ตัน เพิ่มเป็น 4,000 ตัน เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองดีมานด์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงเพิ่มการให้บริการอบชุบจากระบบเตาชุบไนไตรดิ้งที่จะช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับกับแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 พร้อมกันนี้ บริษัทฯ จะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านต้นทุนเพื่อรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นที่ดีอย่างต่อเนื่องอีกด้วย  

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 20 hours ago
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
Updated 17 hours ago
Digital Asset
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน กรณีประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
SET ปิดลบ 6.48 จุด ประคอง 1,600 ไม่จบวัน หุ้นใหญ่ร่วงหลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่ง ฟากพลังงาน-โรงพยาบาลช่วยพยุงตลาด
Updated 17 hours ago
Follow Us