Official Update :

FVC ปิดดีลคว้างานใหม่ มูลค่ารวม 49.67 ลบ. เล็งขยาย 3 ธุรกิจ ระบบน้ำภาคอุตสาหกรรม - พาณิชย์ –บริการทางการแพทย์ เติบโตต่อเนื่อง

บมจ. ฟิลเตอร์ วิชั่น (“FVC”) เสิร์ฟข่าวดี ล่าสุดคว้างานใหม่ 12 งานมูลค่ารวม 49.67 ล้านบาท คาดติดตั้งให้แล้วเสร็จ Q2-4/66 พร้อมประกาศเดินเกมรุกเร่ง ขยาย 3 กลุ่มธุรกิจ สอดรับเศรษฐกิจฟื้น หนุนการใช้งานระบบน้ำทั้งภาคอุตสาหกรรม - พาณิชย์ และที่พักอาศัย ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่ม  ธุรกิจบริการทางการแพทย์ ในกลุ่ม KTMS สยายปีกลุยเปิดสาขา และเครื่องไตเทียม ต่อเนื่อง มั่นใจภาพรวมของกลุ่มธุรกิจปรับตัวเชิงบวก ขณะที่ผลการดำเนินงาน Q1/2566 กวาดรายได้จากการขาย และบริการ 214.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.88% (YoY) และมีกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ จำนวน 8.14 ล้านบาท


นายวิจิตร เตชะเกษม  กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ (“FVC”) เปิดเผยว่า ล่าสุดกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ ได้รับคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้า 12 งานมูลค่ารวม 49.67 ล้านบาท  โดยคาดว่าจะสามารถติดตั้งระบบดังกล่าวแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ถึงไตรมาสที่ 4 ปี 2566 นี้ และคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สำหรับในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ บริษัทฯ ยังคงวางกลยุทธ์การตลาด เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในเทคโนโลยีบำบัดและการฆ่าเชื้อในน้ำมาช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า ภายใต้การขยายงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโครงการสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมชั้นนำขนาดใหญ่  


สำหรับทิศทางการตลาดของส่วนธุรกิจดังกล่าว เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ โดยตั้งแต่ปลายไตรมาส ที่ 4/2565 บริษัทฯ สามารถเข้าดำเนินงานโครงการระบบน้ำขนาดใหญ่แล้วเสร็จต่อเนื่องตามที่วางไว้ ส่งผลให้บริษัทฯ จะเริ่มทยอยรับรู้รายได้เข้ามาตามแผนกำหนด และคาดว่าหลังจากนี้บริษัทฯจะมีงานใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของกลุ่มลูกค้าครัวเรือน รวมถึงลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่กลับมาลงทุนในระบบบำบัดน้ำ  


ขณะที่กลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2)  จากสถานการณ์ฟื้นตัวเศรษฐกิจ แบบค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ภาคธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณบวก ทำให้ลูกค้าของบริษัทฯ ในกลุ่มร้านอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยสะท้อนจากการกลับมาเปิดดำเนินกิจการในสภาวะปกติ  ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวทำให้คำสั่งซื้ออะไหล่ ไส้กรอง อุปกรณ์กรองน้ำ รวมถึงงานบริการดูแลบำรุงรักษา เริ่มกลับมาทยอยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสอดรับกับการที่ลูกค้าเตรียมแผนงานติดตั้งระบบน้ำใหม่ ประกอบกับจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาด ส่งผลให้ลูกค้ามีความใส่ใจในเรื่องสุขภาพ ความสะอาดของอาหารและเครื่องดื่มเกี่ยวกับการจัดการเรื่องเชื้อปนเปื้อนในอาหาร ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโอโซน เช่น เครื่องผลิตน้ำดื่มไฮโดรเจนและน้ำโอโซนให้กับลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำได้เพิ่มขึ้น


ส่วนกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์(B3)หรือกลุ่มบมจ.เคที เมดิคอล เซอร์วิส “KTMS” นั้น ปัจจุบันทาง KTMS มีการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการขยายสาขาและเพิ่มเครื่องไตเทียม ซึ่งมีการตั้งเป้าปี 2566 จะขยายสาขาประมาณ 4 - 9 แห่ง และเครื่องไตเทียมประมาณ 70 - 82 เครื่อง ขณะที่บริษัท เนโฟรวิชั่น จำกัด ( ภายใต้บริษัทย่อย KTMS) ปัจจุบันมีแผนสำหรับการเปิดสาขา และซื้อเครื่องไตเทียม ในปี 2566 โดยจะเปิดสาขา 1 - 2 แห่ง และซื้อเครื่องไตเทียมประมาณ 16 - 24 เครื่อง เช่นเดียวกันบริษัท เออร์วิง คอร์ปอเรชั่น จำกัด ปัจจุบันบริษัทฯได้รับสั่งซื้องานติดตั้งระบบน้ำจากลูกค้าแล้ว 8 โครงการ มูลค่ารวม 6.00 ล้านบาท โดยคาดว่าจะติดตั้งให้แล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ถึงไตรมาสที่ 4 ปี 2566 และในส่วนของ บริษัท เมดิคอล วิชั่น จำกัด ได้รับคำสั่งซื้องานติดตั้งท่อลมรับ-ส่ง สิ่งส่งตรวจทางการแพทย์จากลูกค้าแล้ว 9 โครงการ มูลค่ารวม 16.05 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้งและคาดว่าแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ถึงไตรมาสที่ 4 ปี 2566นี้


อย่างไรก็ตาม จากแผนการดำเนินงานของการให้บริการทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ จะหนุนการอัตราการเติบโตรายได้ของ FVC ในปี 2566 แตะระดับพันล้านบาท ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มโอกาสการเติบโตให้กลุ่มบริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต  


สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 214.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.88% (YoY) และมีกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ จำนวน 8.14 ล้านบาท ทั้งนี้แม้ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกจะปรับเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ ก็ยังคงจับตาภาพรวมของเศรษฐกิจโลกที่มีตัวแปรหลักเรื่องอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความยืดเยื้อของสงครามระหว่างรัสเซีย และ ยูเครน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อต้นทุนด้านพลังงาน ต้นทุนสินค้า และบริการของกลุ่มบริษัทฯเพิ่มสูงขึ้น  


“ตั้งแต่ต้นปี 2566 เศรษฐกิจของไทยกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม กลับมาเปิดดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้กำลังซื้อภาคครัวเรือน และธุรกิจภาคอุตสาหกรรมของไทยทยอยฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด และจากปัจจัยดังกล่าวทำให้ การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯเติบโตเพิ่มขึ้น 12.88 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน”

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 17 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 10 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 13 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us