PYLON ประเมินแนวโน้ม Q4 เริ่มฟื้น ตุน Backlog แล้วกว่า 725 ลบ. ยืนยันฐานะการเงินบริษัทแข็งแกร่ง กำสภาพคล่องในมือกว่า 440 ลบ.

PYLON ประเมินแนวโน้ม Q4/66 ช่วงโค้งสุดท้ายของปีกลับมาฟื้นตัว การใช้กำลังการผลิตเครื่องจักร คาดจะอยู่ที่ 13-14 ชุด ต่อเนื่องไปถึงไตรมาสแรกปีหน้า ตุนงานในมือ 725 ลบ. หลังภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างเริ่มฟื้น  เผยรายได้ 9 เดือน อยู่ที่ 1,145.6  ลบ. กำไรสุทธิอยู่ที่ 76.6 ลบ. ยืนยันฐานะการเงินของบริษัทแข็งแกร่ง ปัจจุบันกำเงินสดในมือราว 140 ลบ. และเงินลงทุนกองทุนรวมตลาดเงิน-ตราสารภาครัฐอีกประมาณ 300 ลบ.


ดร.ชเนศวร์  แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) ระดับแนวหน้าของประเทศ เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจของบริษัทในช่วงไตรมาส 4/66 ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของปีคาดว่าจะมีการรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้น ปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่ 725 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานของภาคเอกชน โดยประเมินการใช้กำลังการผลิตคาดว่าจะมีการใช้เครื่องจักรราว 13-14 ชุด ซึ่งการใช้เครื่องจักรในระดับดังกล่าวจะต่อเนื่องไปถึงไตรมาสแรกของปีหน้า เทียบกับไตรมาส 3 ของปีนี้ที่ใช้เครื่องจักร 8-9 ชุด


“ในแง่ของรายได้ปีนี้เชื่อว่าจะทำได้ดี แต่ยอมรับว่าการแข่งขันมีสูงซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ดีมานด์ในตลาดลดลง แต่ PYLON ยังสามารถประคองบริษัทไม่ให้ขาดทุน และยังมีกำไรพอสมควรในปีนี้ โดย 9 เดือนที่ผ่านมา สามารถทำกำไรได้ 76.6 ล้านบาท มีรายได้อยู่ที่ 1,145.6 ล้านบาท เทียบกับปี 2565 ทั้งปีมีรายได้ 1,158 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดในมือราว 140 ล้านบาท และมีเงินลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน-ตราสารภาครัฐ ซึ่งมีสภาพคล่องสูงอีกประมาณ 300 ล้านบาท ยืนยันว่าสภาพคล่องของบริษัทไม่มีปัญหาและอยู่ในระดับดีมาก ยังแข็งแกร่งสามารถซัพพอร์ตสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้” ดร.ชเนศว์ กล่าว


ปัจจุบันบริษัทมีโครงการในมือที่ทำอยู่หลายโครงการ และล่าสุดได้งานโครงการ Wan Vayla มูลค่าโครงการราว 200 ล้านบาท ซึ่งกำลังเริ่มดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีงานโครงการอื่นๆ เช่น รพ. กรุงเทพคริสเตียน สถานทูตสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะมีการรับรู้รายได้ในปีหน้า และอีกหลายโครงการที่รอรับรายได้ในปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า เช่น โครงการ Wan Vayla โครงการราชเทวี โครงการ Now Mega และงานโครงการปรับปรุงคุณภาพดินที่ อ.บางบาล เป็นต้น


สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างในปี 2567 คาดว่าจะดีกว่าปีนี้ แต่น่าจะยังไม่กลับไปดีเท่าก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 โดยคาดว่าเนื่องจากการแข่งขันด้านราคาจะยังสูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้เงินงบประมาณของภาครัฐในการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการเมกะโปรเจ็กต์ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาแม้งานภาครัฐจะน้อยลงบริษัทก็จะสามารถประคองตัวและมีงานทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันมีแนวโน้มฟื้นตัวมากขึ้นอย่างไรก็ดีในด้านการควบคุมภายในบริษัทยังเน้นการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 18 hours ago
Follow Us