GULF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 64 กำไรจากการดำเนินงาน 2,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2563 Core Profit ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 1,150 ล้านบาท หรือคิดเป็น 93% เนื่องมาจากรับรู้รายได้เงินปันผลจาก INTUCH และกำไรที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มโรงไฟฟ้า 7 SPP ภายใต้กลุ่ม GJP เนื่องจากในไตรมาส 1 ปี 2564 ปริมาณการขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม วัสดุก่อสร้าง ยานยนต์ และบรรจุภัณฑ์
ในไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม (Total Revenue) 9,990 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จาก 7,639 ล้านบาทใน ไตรมาส 1 ปี 2563 จากการรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล BKR2 ที่เยอรมนี จำนวน 1,629 ล้านบาท และรายได้เงินปันผลจาก INTUCH จำนวน 683 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย (Gross Profit Margin) ในไตรมาส 1 ปี 2564 เท่ากับ 33% เพิ่มขึ้นจาก 24% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมมีต้นทุนที่ต่ำกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอย่างมีสาระสำคัญ ในขณะที่อัตรากำไร (EBITDA margin) เท่ากับ 51.7% เพิ่มขึ้นจาก 37.7%
บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ (Net Profit) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ซึ่งรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน เท่ากับ 1,632 ล้านบาท เทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 413 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการบันทึกผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงที่ลดลงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Unrealized Loss) ของการแปลงค่าเงินกู้ยืมสกุลดอลลาร์สหรัฐ โดยรายการดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดและผลประกอบการของบริษัทฯ แต่อย่างใด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 256,446 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% หรือ 10,865 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 เนื่องจากการลงทุนเพิ่มในหุ้น INTUCH, หนี้สินรวม 176,495 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% หรือ 2,994 ล้านบาทจากการเบิกเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) และ โรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD), และส่วนของผู้ถือหุ้น 79,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากสิ้นปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการตีมูลค่ายุติธรรมที่เพิ่มขึ้นของสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Interest-Bearing Debt to Equity) เท่ากับ 1.60 เท่า
สำหรับปี 2564 บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ จากโครงการโรงไฟฟ้าที่จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ได้แก่ โครงการ GSRC หน่วยที่ 1 และ 2 กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 1,325 เมกะวัตต์ โดยหน่วยที่ 1 (662.5 เมกะวัตต์) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปแล้วเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 และหน่วยที่ 2 มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนตุลาคม 2564, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเลที่ประเทศเวียดนาม (Mekong Wind) ระยะที่ 1-3 กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 128 เมกะวัตต์ จะเริ่มทยอยจำหน่ายไฟฟ้าระหว่างไตรมาส 2-3 ปีนี้ และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ประเทศโอมาน (DIPWP) จำนวน 326 เมกะวัตต์ ระยะที่ 1 กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 40 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปีนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 7,903 เมกะวัตต์ ณ สิ้นปี 2564
Most Viewed
Wealth EZ
“รุ่นหนึ่งสร้าง-รุ่นสองรักษา-รุ่นสามทำลาย” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น
Updated 11 hours ago
Stock of the Day
เรากำลังแข่งกันสร้าง “พระเจ้า” แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าจะเป็น “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา”? ความกังวลที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งเริ่มเป็นที่รับรู้
Updated 10 hours ago
Fun of Funds
“Fund of Property fund - Thai” โอกาสลงทุนรับ “ปันผลดี-สม่ำเสมอ” ง่ายๆ ผ่าน “กองทุนรวม” !!!
Updated 4 hours ago
News Highlight
“Hummix” เปิดตัว AI Low-Code ออกแบบเพื่อธุรกิจไทย เชื่อม “AI-ข้อมูล-ระบบ” สู่การทำงานจริง รองรับองค์กรทุกขนาด
Updated 9 hours ago
Follow Us
News Update
