Official Update :

TSE แตกไลน์ธุรกิจ Healthcare สร้าง New S-Curve ทุ่มกว่า 100 ลบ.ซื้อคลินิก IVF คาดธุรกรรมแล้วเสร็จ Q4/67

บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) เปิดเกมรุกครึ่งหลังปี 67 พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุน ตามหลักการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ FiT สำหรับปี 2565 – 2573 ทั้งในเฟส 2 และ เฟส 3 ตั้งเป้า 100-150 MW. – รุก Private PPA - M&A โครงการใหม่ เต็มเหนี่ยว แม่ทัพหญิง “ดร.แคทลีน มาลีนนท์” ร่วมทุนกับกลุ่มชินพิลาศ ทุ่มงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ซื้อหุ้น “บางกอก อินเฟอร์ทิลิตี้ เซ็นเตอร์” (BIC) คลินิก IVF แตกไลน์ธุรกิจ Healthcare สร้าง New S-Curve คาดธุรกรรมแล้วเสร็จ Q4/67 หนุนผลงานเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ฟากทริสฯปรับเพิ่มเครดิตเรทติ้งองค์กรเป็น “BBB” จาก “BBB-” แนวโน้ม “Stable” สะท้อนภาระหนี้ลดลงและสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง


ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (TSE) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายสายธุรกิจใหม่ เพื่อสร้าง New S-Curve โดยร่วมทุนกับนายแพทย์วิวรรธน์ ชินพิลาศ ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ IVF (In-vitro Fertilization) และจะขยายไปสู่ธุรกิจเสริมความงาม, Wellness และธุรกิจด้านเภสัชกรรม เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ของการมีสุขภาพดีแบบองค์รวม โดยบริษัท เวิลด์ โซล่าร์ จำกัด (World Solar) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TSE จะซื้อหุ้นสามัญทั้งหมด (100%) ของบริษัท บางกอก อินเฟอร์ทิลิตี้ เซ็นเตอร์ จำกัด (BIC) ซึ่งประกอบกิจการสถานพยาบาล ทางด้านเวชกรรมสาขาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา, การรักษาผู้มีบุตรยาก (คลินิก บางกอก ไอวีเอฟ เซ็นเตอร์) คาดว่าธุรกรรมจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 4/2567 ซึ่งหลังเข้าทำธุรกรรม World Solar จะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “บริษัท บีทีเอช จำกัด” และบริษัทฯจะถือหุ้นในสัดส่วน 51%


กลุ่มธุรกิจในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ “แม้ว่าสัญญารายได้เงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) จะทยอยหมดลงในเดือนมิถุนายน 2567 แต่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อื่นๆ และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล (Biomass) ของบริษัทฯ ยังสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯมีโครงการปรับเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลรุ่นเก่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ อันจะส่งผลต่อผลผลิตกระแสไฟที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะสามารถชดเชยรายได้บางส่วนจากการสิ้นสุดสัญญา”


อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง จากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน และชำระหุ้นกู้คืนก่อนครบกำหนดกว่า 1,175 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 50% ของเงินต้นหุ้นกู้คงค้างทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ย 5.10% ในเดือนเมษายน 2567 ที่ผ่านมา


สำหรับผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกปี 2567 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2567) บริษัทฯมีรายได้รวม 667 ล้านบาท โดยมี EBITDA อยู่ที่ 510 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 184 ล้านบาท และในไตรมาสที่ 2/2567 บริษัทฯ ยังมีกระแสเงินสดปลายงวด (Cash Ending) อีกกว่าพันล้านบาท สร้างความเชื่อมั่นต่อสถานะทางการเงินและความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มบริษัทฯ


โดยปัจจุบัน TSE มีโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมด 41 โครงการ กำลังการผลิตเสนอขายรวม 241.86 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 34 โครงการ และโครงการที่ยังไม่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) อีก 7 โครงการ


นอกจากนี้ ดร.แคทลีน กล่าวว่า บริษัทฯ มีความพร้อมเข้าประมูลงานโครงการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งเฟสที่ 2 และเฟสที่ 3 หลังจากปี 2566 ชนะประมูลงานโครงการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเฟสที่ 1 เป็นจำนวน 88.66 เมกะวัตต์เสนอขาย พร้อมรุกธุรกิจ Private PPA (Private Power Purchase Agreement) หรือข้อตกลงการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งรูปแบบโซลาร์บนหลังคาโรงงาน (Solar Rooftop) โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ (Solar Floating) โซลาร์ฟาร์มแบบติดตั้งบนพื้นดิน (Ground-Mounted Solar) หรือโซลาร์ฟาร์มบนลานจอดรถ (Solar Carport) ของผู้ประกอบการธุรกิจแบบครบวงจร และการทำ M&A (Mergers and Acquisitions) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งกำลังการผลิต รวมถึงแผนจับมือกับพันธมิตรในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในประเทศไทย


ด้านความคืบหน้าโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) วงเงินไม่เกิน 200 ล้านบาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 160 ล้านหุ้น คิดเป็นอัตรา 7.56% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ผลการซื้อหุ้นคืนจนถึงวันที่ 15 ส.ค.2567 อยู่ที่ 2,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.12% ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว โดยโครงการจะครบกำหนดในวันที่ 3 ม.ค.2568


และนอกจากนี้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS) ได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ TSE มาอยู่ที่ระดับ “BBB” จาก “BBB-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” การปรับเพิ่มอันดับเครดิตได้สะท้อนถึงภาระหนี้ที่ลดลงและกระแสเงินสดที่มั่นคงของบริษัทฯ และผลการดำเนินงานที่สม่ำเสมอของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานชีวมวล เพิ่มความสามารถในต่อยอดธุรกิจในอนาคต โดยมีเป้าหมายที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ต่อไป

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 19 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 12 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 11 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us