‘โอสถสภา’ เดินหน้าภารกิจยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า มั่นใจบรรลุเป้าหมาย ESG

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ผู้นำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย เดินหน้าสร้างความยั่งยืนควบคู่กับการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต  โชว์ความคืบหน้าภารกิจด้านความยั่งยืนตามหลัก ESG ที่นำเข้ามาใช้ในทุกภาคส่วนขององค์กรตลอดห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ปี 2562  โดยการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล  อยู่ในเกณฑ์ที่ดีและเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้  มั่นใจบรรลุเป้าหมายครบ 5 ด้านในปี 2568  พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้วิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) ควบคู่การมุ่งเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี 2593


สร้างสรรค์นวัตกรรม
เพิ่มคุณภาพชีวิต ลดผลกระทบโลก 

ด้านสิ่งแวดล้อม (E-Environment) โอสถสภาลดผลกระทบที่เกิดจากของเสียบรรจุภัณฑ์และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านโครงการ “บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน” เพื่อมุ่งลดผลกระทบด้านลบของวัตถุดิบทุกประเภทให้เหลือน้อยที่สุด บริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ทั้งก่อนและหลังการใช้ ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์เพื่อลดการใช้วัตถุดิบและพลังงาน อาทิ ขวดแก้วน้ำหนักเบา และเก็บขวดแก้วกลับคืนสู่กระบวนการรีไซเคิล ภายใต้โครงการจากขวดแก้วสู่ขวดแก้ว (Bottle to Bottle) โดยมีเป้าหมายไม่น้อยกว่า 230,000 ตันต่อปี  ปัจจุบัน โอสถสภาสามารถดำเนินโครงการลดผลกระทบที่เกิดจากของเสียบรรจุภัณฑ์และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ตามเป้าหมาย 100% ทั้งหมดนี้ เพื่อผลักดันไปสู่เป้าหมายด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนของโอสถสภา ที่กำหนดไว้ว่า ภายในปี 2573 บรรจุภัณฑ์ของโอสถสภาทั้ง 100% ต้องสามารถนำไปรีไซเคิล (Recyclable) ใช้ซ้ำ (Reuseable) หรือ ย่อยสลาย (Decomposable) ได้


นอกจากนี้  โอสถสภายังลดการใช้พลังงานลง 24% ได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ผ่านโครงการต่างๆ เช่น นำความร้อนกลับมาใช้ผลิตไอน้ำสำหรับใช้ในโรงงานผลิตเครื่องดื่ม  และสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในกระบวนการผลิตลดลง 28% เกินกว้าเป้าหมายที่กำหนดไว้  จากการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ การใช้พลังงานทางเลือก รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต เช่น พลังงานชีวมวล ฯ เพื่อสานเป้าหมายระยะยาวการเป็นองค์กร “Carbon Neutral ปี 2593” และลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตลง 28% เข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้ 40% ในปี 2568


ด้านสังคม (
S-Social)

หนึ่งในพันธกิจสำคัญของการดำเนินงานด้านสังคม คือ เสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภค  และสามารถบรรลุเป้าหมายเร็วกว่าและดีกว่าแผนที่วาง  โดยปัจจุบัน 99% ของพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มในประเทศของโอสถสภา มีส่วนประกอบของน้ำตาลน้อยกว่า 6% ซึ่งคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมาย 100% ได้ในปี 2568 ส่วนกลุ่มสินค้าสุขภาพและลูกอมที่ปรับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เติมน้ำตาล บริษัทตั้งเป้าหมายจะทำให้ได้ 50% ของพอร์ต ภายในปี 2568 แต่ปัจจุบันสามารถทำเกินเป้าหมายไปถึง 65% ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์โบตัน และแบนเนอร์โปรตีน  


นอกจาก “ลดน้ำตาล” บริษัทยังเติม “คุณประโยชน์” เพื่อตอบรับเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เช่น ‘ซี-วิท ได้เพิ่มปริมาณวิตามินซีเป็น 1,000 มิลลิกรัม จาก 120 มิลลิกรัม และครื่องดื่มผสมนมเปรี้ยว คาลพิส ที่นอกจากมีจุดเด่นด้วยจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสสูตรเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่น ยังเพิ่มคุณประโยชน์ด้วยการเติมส่วนผสมไฟเบอร์ 5,000 มิลลิกรัม และ เอ็ม-150 สปาร์คกลิ้งหรือ มิโซซ่า ที่มีวิตามินบี 3, 6 และ 12 ในปริมาณที่เหมาะสม และใช้คาเฟอีนจากธรรมชาติ  นอกจากนี้ ยังเตรียมพร้อมพัฒนาสินค้าสูตรใหม่เพื่อรับความเปลี่ยนแปลง โดยยังคงตอบโจทย์สุขภาพคู่ความอร่อยให้กับผู้บริโภค


ด้านธรรมาภิบาล (
G-Government)

โอสถสภามุ่งเสริมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจเพื่อเติบโตร่วมกับคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งเกษตร คู่ค้า ซัพพลายเออร์ต่างๆ ที่ไม่เพียงเลือกใช้วัตถุดิบทางการเกษตรที่ยั่งยืน  หรือ Sustainable Sourcing แต่ยังรวมถึงการช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตให้คู่ค้าท้องถิ่นที่เป็นเกษตรกร ด้วยการส่งเสริม สนับสนุนคู่ค้ารายย่อยที่จัดหาวัตถุดิบเศษแก้วเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์และวัตถุดิบสมุนไพรขิง ไร่อ้อย ซึ่งปัจจุบันได้มีการส่งเสริม สนับสนุนแล้ว 458 ราย เกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่จำนวน 450 ราย  การช่วยพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรที่จัดหาวัตถุดิบสมุนไพรในท้องถิ่นไปแล้ว 291 ราย จากเป้าหมาย 500 ราย รวมถึงการประเมินด้าน ESG กับ “คู่ค้า” ทั้ง 100% ต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้ก้าวทันบริบทการประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืนในปัจจุบัน


จากจุดเริ่มต้นของการกำหนดกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน เมื่อปี 2562 จนถึงวันนี้ โอสถสภามีความพร้อมและความมั่นใจในทุกก้าวสู่อนาคต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวสู่การเป็นกลางทางคาร์บอนหรือ Carbon Neutral ในปี 2593 โดยใช้กลยุทธ์ “เปลี่ยน ลด ชดเชยได้แก่ การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน การลดการใช้และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรให้มากขึ้น และการชดเชยการปล่อยคาร์บอนด้วยคาร์บอนเครดิตหรือโครงการชดเชยอื่นๆ


โอสถสภายึดมั่นในการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล มุ่งมั่นสร้างการเติบโตด้านผลกำไรในระยะยาว พร้อมส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ผู้บริโภค ใส่ใจและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  พร้อมเป็น “พลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต”อยู่ร่วมและเติบโตไปพร้อมกับสังคม 

Most Viewed
Fun of Funds
“PROSPECT REIT” ลงทุนเพิ่ม “ครั้งที่5” โครงการ “BFTZ 4” ก้าวย่างสู่การเติบโต ดันพอร์ตแตะ 1.5 หมื่นล้านบาท… เปิดให้จองซื้อวันที่ 7 – 14 ก.ย. 26 นี้ !!!
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
กนง. คงดอกเบี้ยตามคาด โบรกฯ ชี้บวกหุ้นแบงก์ใหญ่ BBL-KBANK-KTB-SCB เด่นสุด ชูอีก 4 กลุ่มรับเศรษฐกิจฟื้น-ดอกเบี้ยต่ำ
Updated 23 hours ago
News Highlight
ORN ผลงาน Q2/69 กำไรโตแรง 139.8% Backlog 4,262 ลบ. Q3/69 เปิด “เดอะ เน็กซ์ เจ็ดยอด 4” พร้อมรุกภูเก็ต
Updated 19 hours ago
News Highlight
TS Food เดินเกมใหญ่ คว้าตัว ดร.กุลยา ตันติเตมิท อดีตอธิบดีสรรพากร นำทัพขยายธุรกิจอาหาร
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
“เอกนิติ” หวังหุ้นไทย ปีนี้แตะ 2,000 จุด เผยลงทุน Q2 โต 14% สูงสุดรอบ 11 ปี เร่งดึงทุนต่างชาติรับโอกาสย้ายฐานผลิต
Updated 1 day ago
Follow Us