PRM โชว์ผลประกอบการปี 67 โตแกร่ง กวาดรายได้ 8,790.6 ล้านบาท มั่นใจปีนี้เติบโตตามแผน

PRM เผยผลประกอบการปี 67 ทุบสถิติทำรายได้รวม 8,790.6 ล้านบาท กวาดกำไร 2,249 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แย้มเป้าหมายปี 68 นี้ เดินหน้าขยายธุรกิจ OSV ต่อ หลังปิดดีลลูกค้าบริษัทน้ำมันในตะวันออกกลาง พร้อมขยายฐานลูกค้าต่างชาติต่อเนื่อง


นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยตัวเลขผลประกอบการของปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,790.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% และมีกำไรสุทธิที่ 2,249 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรสุทธิจากการดำเนินงานทั้งหมด โดยเปรียบเทียบกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของปี 2566 ซึ่งมีกำไรจากการขายเรือจำนวน 312.2 ล้านบาท พบว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงาน ปี 2567 เติบโตขึ้นจากปี 2566 ถึงร้อยละ 18.2


โดยการเติบโตหลักมาจาก ธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (OSV) ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 65.2% ธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (FSU) ที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้น 13.2% ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี (PCT) ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 7.6% รวมถึงการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อธุรกิจ VC Shipping ที่ทำให้ธุรกิจตัวแทนสายเดินเรือและออกของ (SAS) เติบโตขึ้นถึง 28.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การให้บริการภายใต้สัญญาระยะยาว และการจายความเสี่ยงจากการลงทุนไปยังธุรกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อความมั่นคงและแน่นอนของรายได้


ส่วนปีนี้บริษัทฯ มั่นใจว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  คาดการณ์อยู่ในระดับ 8-10% เริ่มต้นจากการปิดดีลบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) ตั้งแต่สิ้นปี 2567 โดยเริ่มให้บริการเรือ Hybrid Crew Boat เพิ่มจำนวน 2 ลำแล้วตั้งแต่มกราคม 2568 ที่ผ่านมา รวมถึงเรือขนส่งและกักเก็บน้ำมันดิบสำหรับแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล (Floating Storage and Offloading) หรือ FSO ที่พร้อมให้บริการในเดือนมีนาคม 2568 ที่จะถึงนี้


นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ OSV (Offshore Support Vessel) ต่อเนื่อง โดยจะรับเรือ Crew Boat ต่อใหม่เข้ามาอีก 2 ลำภายในมีนาคม 2568 และ Q2/68 ตามลำดับ โดยการขยายธุรกิจ OSV เป็นอีก 1 กลยุทธ์หลักของบริษัทฯ ที่จะช่วยลดความผันผวนให้กับธุรกิจอื่น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ให้บริการภายใต้สัญญาระยะยาวและเป็นรูปแบบสัญญา Time Charter ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดค่าใช้จ่ายของน้ำมันที่ใช้ในการเดินเรือ พร้อมเดินหน้าการขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง โดยเริ่มให้บริการบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) ภายใต้สัญญาระยะยาว 5 ปี ตั้งแต่ต้นปี 2568 ไปเป็นเรียบร้อยแล้วตามที่กล่าวไปข้างต้น นับเป็นการเปิดโอกาส  ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศในอนาคต


สำหรับการดำเนินงานใน Q1/68 คาดว่าจะสามารถสร้างผลงานได้ตามแผนที่วางไว้ และมั่นใจว่าในปีนี้จะรักษาอัตราการเติบโต และรายได้ให้เป็นไปตามเป้า จากสัญญาณภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และภาคการท่องเที่ยวที่กำลังเข้าสู่ช่วง High-Season ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเชื้อเพลิงภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นนายวิริทธิ์พล กล่าว

Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 14 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 18 hours ago
Follow Us