Official Update :

ก.ล.ต. กับ การกำกับธุรกรรม “ขายชอร์ต”

เมื่อใดที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง มักมีเสียงสะท้อนว่า “การขายชอร์ต” (Short Selling) เป็นตัวการสำคัญที่กดดันราคาหุ้นให้ร่วงลงและสร้างความผันผวนในตลาด หรือไม่ก็ทำให้สภาพคล่องของตลาดลดลง แต่ในมุมมองอีกด้านหนึ่ง การขายชอร์ตถือเป็นหนึ่งในกลไกการซื้อขายในตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลก บนหลักการที่ว่า “ยืมหุ้นมาขายก่อน แล้วซื้อคืนภายหลัง” โดยจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเป็นเครื่องมือให้ผู้ลงทุนป้องกันความเสี่ยงได้ อย่างไรก็ดี เหรียญมีสองด้านเสมอ กลไกการขายชอร์ตจะมีประสิทธิภาพเต็มที่ได้ก็ต่อเมื่อเป็นธุรกรรมที่ปกติ ไม่เอาเปรียบ โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ดำเนินการปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลธุรกรรมการขายชอร์ตมาโดยตลอด เพื่อให้โปร่งใส
เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทย


ช่วงปลายปี 2566 ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับภาวะทั้งปริมาณการซื้อขายและระดับราคาหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคอื่น นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลจากกลุ่มผู้ลงทุนเกี่ยวกับธุรกรรมการขายชอร์ตที่อาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยรวมของตลาดหุ้นไทย


ในเดือนกรกฎาคม ปี 2567 ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) ได้ร่วมหารือถึงการยกระดับมาตรการกำกับดูแลการขายชอร์ต โดยเทียบเคียงกับประเทศในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย เป็นต้น เพื่อเสริมสร้างกลไกและความเชื่อมั่นในการซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งสิ่งที่ได้ดำเนินการแล้ว มีดังนี้         

- ปรับปรุงเงื่อนไขคุณสมบัติของหลักทรัพย์ในกลุ่ม Non-SET100 Index ที่ขายชอร์ตได้ โดยเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) และเพิ่มเกณฑ์ด้านสภาพคล่อง (Turnover Ratio)


- ปรับปรุงหลักเกณฑ์การซื้อขายกรณีการขายชอร์ต โดยให้ใช้ราคาขายที่สูงกว่าราคาซื้อขายล่าสุด (Uptick Rule) สำหรับทุกหลักทรัพย์ สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของ Indonesia Stock Exchange ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะสมมากกว่าการห้ามขายชอร์ตทั้งหมด


ต่อมาเดือนเมษายน ปี 2568 ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ติดตามและประเมินผลจากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว พบว่า ปริมาณธุรกรรมการขายชอร์ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในเวลาเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องโดยรวมของตลาด จึงได้ปรับปรุงเกณฑ์หลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตได้ โดยให้เหลือเฉพาะหุ้นในกลุ่ม SET100 Index และหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิงของ DW/ETF และ SSF ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เท่านั้น ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา ทั้งนี้ การยกเลิกหุ้นในกลุ่ม Non-SET100 Index ก็เพื่อลดความผันผวนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก ที่อาจไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขายอย่างเพียงพอ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็มีแนวคิดจะปรับปรุงเกณฑ์ Uptick Rule ด้วยการพิจารณาใช้เป็นรายหลักทรัพย์ เมื่อราคาปิดของหลักทรัพย์ใดลดลงถึงระดับที่กำหนด เพื่อลดผลกระทบต่อภาวะการซื้อขายรวม โดยไม่แทรกแซงตลาดเกินความจำเป็น ภายหลังรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว


การแก้ไขกฎหมายให้เอาผิดผู้ที่กระทำการขายชอร์ตโดยไม่มีหลักทรัพย์อยู่ในครอบครอง (Naked Short Selling)

ในระยะที่ผ่านมาปรากฏข้อสงสัยต่อธุรกรรมดังกล่าว โดยมีการอ้างว่าอาจเป็นสาเหตุให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและความน่าเชื่อถือในตลาดทุน ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล ก.ล.ต. จึงแก้กฎหมายและกำหนดเพิ่มบทบัญญัติที่จำเป็น อันเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบการขายชอร์ตอย่างครบถ้วนและการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์


ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. ได้รับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการตรวจสอบธุรกรรมการขายชอร์ตในตลาดหลักทรัพย์จากกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นธุรกรรมขายชอร์ตที่ร่วมกับการใช้ HFT (High Frequency Trading) ซึ่งมีผลกระทบในระดับสูงต่อตลาดทุน ทั้งสองหน่วยงานจึงได้พิจารณาร่วมกันและมีความเห็นต่อข้อเสนอแนะ ดังนี้    


1.ข้อเสนอเรื่องยกเลิก
locate โดยเสนอให้พิจารณายกเลิกแนวทางการยืมหุ้นแบบ locate และเสนอหลักเกณฑ์ปฏิบัติของ บล. ในกรณีที่ลูกค้าขอ locate หลักทรัพย์ที่ยังไม่ชัดเจน และมาตรการป้องกันในระหว่างที่ยังไม่เลิก 

การเปิดให้ บล. รับคำสั่งขายชอร์ตของลูกค้าที่ยืนยันการจัดหาแหล่งยืมหุ้น หรือ locate ได้ (นอกเหนือจากการยืมหลักทรัพย์เข้าพอร์ตก่อนส่งคำสั่งขายชอร์ต) เป็น practice ที่เป็นแนวปฏิบัติสากล เนื่องจากลูกค้ายังไม่ทราบว่า จะสามารถขายชอร์ตได้หรือไม่ ในจำนวนใด แต่ บล. ต้องมีการตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่า ลูกค้าสามารถยืมหุ้นเพื่อส่งมอบตามคำสั่งขายชอร์ตได้ โดยการยืมหุ้นต้องมีผลทันทีเมื่อคำสั่งขายชอร์ตได้รับการจับคู่


ก.ล.ต. อยู่ระหว่างปรับปรุงประกาศและหนังสือเวียนให้ชัดเจนขึ้น โดยได้จัดทำ focus group และชี้แจงกับ FETCO แล้ว โดย บล. จะรับคำสั่งขายชอร์ตจากลูกค้าที่ขอยืนยันการ locate จาก บล. ได้ เฉพาะเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด


สำหรับมาตรการเสริมที่เสนอ เช่น ผู้ให้บริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ต้องแจ้งลูกค้าที่ให้ยืมหุ้นก่อน การกันหุ้นที่ locate ให้ลูกค้าแล้วทันทีโดยไม่ให้นำไปให้ยืมซ้ำ หรือการให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการ locate เป็นต้น นั้น ข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปตามกฎเกณฑ์และการปฏิบัติปกติอยู่แล้ว ส่วนการที่หลักเกณฑ์ปัจจุบันยังเปิดให้ บล. เรียกหลักประกันลูกค้าสถาบันต่างจากผู้ลงทุนทั่วไปได้ เป็นไปตามหลักการทั่วไปที่ให้ บล. ดูแลจัดการลูกค้าตามความเสี่ยง


2.ข้อเสนอให้การขายหุ้นที่ยืมมา ถือเป็นการขายชอร์ตทุกครั้ง แม้ในระหว่างนั้นจะมีการซื้อคืนมา โดยเห็นว่า การที่ลูกค้ายืมหุ้น และ flag S การขายชอร์ตในต้นวันแล้ว หากต่อมามีการซื้อหุ้นคืนในระหว่างวัน การขายหุ้นที่ได้ซื้อคืนมาแล้วนั้นออกไป ควรถือเป็นการขายชอร์ตด้วย


แนวทางที่เสนอดังกล่าวไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามที่กำหนดในกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องเนื่องจากผู้ลงทุนทั่วไป ไม่ว่าจะได้ขายชอร์ตไว้ก่อนแล้วหรือไม่ ย่อมมีสิทธิที่จะซื้อหุ้น และขายหุ้นที่ตนได้ซื้อออกไปในลักษณะ long sell  ดังนั้น ในทางปฏิบัติ ผู้ลงทุนจึงยืมหลักทรัพย์ตามจำนวนที่ขายชอร์ต  หากมีการซื้อคืน และขายในระหว่างวัน ก็สามารถเป็น long sell ได้ และยืมหลักทรัพย์ข้ามคืนตามจำนวนหุ้นที่ยืมสุทธิจากจำนวนที่มีการซื้อคืน 


3.ข้อเสนอให้ตลาดหลักทรัพย์ทบทวนการตรวจสอบธุรกรรมขายชอร์ต โดยขอให้ตรวจสอบจากเอกสารที่ยืนยันได้ แทนการตรวจแบบพันยอด

สำหรับเรื่องนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แจ้งการตรวจสอบให้ บล. ทราบในการประชุมร่วมกันระหว่างบริษัทสมาชิก ก.ล.ต. และ ตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับการพันยอดรายการซื้อขายเพื่อหาว่ามีคำสั่งเสนอขายใดที่ไม่มีหลักทรัพย์ในครอบครองก่อนหน้าหรือไม่ โดยชี้แจงว่า การตรวจสอบดังกล่าวเป็นเครื่องมือหนึ่งในการตรวจสอบหารายการต้องสงสัย โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถตรวจหารายการต้องสงสัยด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติมได้อีกตามความเหมาะสม


หากพบรายการต้องสงสัย บล. มีหน้าที่ส่งเอกสารหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ารายการส่งคำสั่งเสนอขายต้องสงสัยนั้น มีหลักทรัพย์ในครอบครองก่อนส่งคำสั่ง ซึ่งต้องเป็นเอกสารหลักฐานที่เชื่อถือได้ เช่น หลักฐานจากผู้ให้ยืม หรือ หลักฐานจาก custodian เป็นต้น ทั้งนี้การขอเอกสารหลักฐานเฉพาะรายการที่ต้องสงสัย เป็นแนวปฏิบัติของการกำกับดูแลทั่วไปเพื่อไม่ให้การขอข้อมูล สร้างภาระเกินควรแก่ผู้ลงทุนและผู้ปฏิบัติ ซึ่งส่วนมากปฎิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว


จากที่เล่ามาทั้งหมด มาตรการและการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแล Short Selling ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ได้ร่วมกันปรับปรุงมาโดยตลอดในการปิดช่องโหว่ของการทำธุรกรรมที่ไม่ปกติ ตรวจสอบธุรกรรมให้รัดกุม เพื่อให้เกิดสัมฤทธิ์ผลสูงสุดต่อตลาดทุน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นโดยรวมในตลาดทุนไทย 

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 19 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 12 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 11 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us