OSP เผยผลการดำเนินงานปี 68 โชว์กำไรสุทธิโตแกร่ง 3,667 ล้านบาท

บมจ. โอสถสภา (OSP) รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568  โชว์ความสำเร็จจากการขยายการเติบโตในตลาดต่างประเทศ พร้อมรุกเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในตลาดที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมความแข็งแกร่งการดำเนินงานในทุกมิติ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มสู่ระดับ 40.1% เพิ่มขึ้น 2.8% ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทอยู่ที่ 3,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123.8% จากปีก่อน สะท้อนการบริหารจัดการโดดเด่นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวน บอร์ดเสนอจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังอีก 0.4 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พ.ค.นี้ พร้อมตั้งเป้าปี 2569 เดินหน้าขยายธุรกิจหลักและยกระดับศักยภาพเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน


นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ Chief Executive Office บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568 โอสถสภาประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวิสัยทัศน์และปรับสัดส่วนกำลังการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ในประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าระดับ 40% เป็นครั้งแรก ประกอบกับแรงหนุนจากการขยายตัวของสัดส่วนรายได้ในตลาดต่างประเทศซึ่งมีอัตรากําไรขั้นต้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย ผลักดันให้บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 3,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% (YoY) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับรู้กำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจในไตรมาส 1 ผ่านการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายขวดแก้วในประเทศเมียนมา (MGE Group) จำนวน 295 ล้านบาท และมีการบันทึกค่าใช้จ่ายสุทธิจำนวน 130 ล้านบาท เพื่อดำเนินการรวมศูนย์การผลิตในไตรมาส 4 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ อยู่ที่ 3,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123.8% (YoY)


ขณะที่รายได้รวมในปี 2568 อยู่ที่ 26,101 ล้านบาท ลดลง 5.2% (YoY) โดยมีสาเหตุหลักจากการชะลอตัวของยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศ จากการปรับโครงสร้างการขายและการจัดจำหน่ายในช่วงต้นปี เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่แม่นยำและเพิ่มเสถียรภาพในการวัดผลกิจกรรมทางการตลาดอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตามการปรับโครงสร้างดังกล่าวเริ่มส่งผลบวกอย่างชัดเจนในครึ่งปีหลัง โดยยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศกลับมาเติบโต 2.8% สะท้อนให้เห็นรากฐานที่แข็งแกร่งและพร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างมั่นคงในปีถัดไป ขณะที่รายได้เครื่องดื่มในตลาดต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 4.8% (YoY)  คิดเป็น 26.5% ของรายได้รวม โดยเฉพาะเมียนมาและลาวที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นในไตรมาสที่ 4 จากความแข็งแกร่งของแบรนด์และการใช้กลยุทธ์ที่สอดรับกับปัจจัยด้านฤดูกาล


ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม โอสถสภายังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในทุกเซกเมนต์ ครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังเฉลี่ยทั้งปีที่ 44.2% ใกล้เคียงกับปลายปีก่อน จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย แคมเปญการตลาดและสร้างแบรนด์ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ไทยชั้นนำอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ปรับกลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่าย (Route to Market) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยเฉพาะในช่องทางร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง  ขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ โอสถสภาครองแบ่งการตลาดเฉลี่ยทั้งปีที่ 46.4% เพิ่มขึ้น 10.6% จากปลายปีก่อน นำโดยแบรนด์ ซี-วิท และ เปปทีนสะท้อนความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล แม้ภาพรวมตลาดจะยังคงเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และการแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค แต่บริษัทฯ ยังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งตลาดสบู่เหลวอาบน้ำเด็กและอันดับสองตลาดแป้งเด็ก และสามารถขยายส่วนแบ่งทางการตลาดได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ยังได้ต่อยอดจุดแข็งด้านความอ่อนโยนของแบรนด์ ‘เบบี้มายด์ ขยายสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่ (Adult segment) ภายใต้แบรนด์ อัลตร้ามายด์ บาย เบบี้มายด์ อาทิ สเปรย์ระงับกลิ่นกาย และทิชชู่เปียกสำหรับทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น โดยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นขึ้นแท่นเป็น ‘Best Seller’ ในร้านวัตสันผู้นำในตลาดสุขภาพและความงาม สะท้อนถึงความสามารถของแบรนด์ในการขยายฐานผู้บริโภคจากกลุ่มแม่และเด็กสู่กลุ่มคนวัยทำงานได้อย่างครบวงจร ตอกย้ำศักยภาพในการต่อยอดความแข็งแกร่งสู่โอกาสใหม่ได้อย่างแม่นยำ


นางสาวมุกดา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ก้าวต่อไปในปี 2569 โอสถสภายังคงมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง พร้อมต่อยอดจุดแข็งขององค์กรสู่โอกาสใหม่ ทั้งในตลาดต่างประเทศและภูมิภาคที่มีศักยภาพ ผ่านการพัฒนาพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ควบคู่กับการยกระดับความเป็นเลิศในการดำเนินงานและการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในทุกมิติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอนาคต พร้อมพัฒนาประสบการณ์ผู้บริโภค และผลักดันการเติบโตควบคู่กับการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น”

Most Viewed
Fun of Funds
“PROSPECT REIT” ลงทุนเพิ่ม “ครั้งที่5” โครงการ “BFTZ 4” ก้าวย่างสู่การเติบโต ดันพอร์ตแตะ 1.5 หมื่นล้านบาท… เปิดให้จองซื้อวันที่ 7 – 14 ก.ย. 26 นี้ !!!
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
กนง. คงดอกเบี้ยตามคาด โบรกฯ ชี้บวกหุ้นแบงก์ใหญ่ BBL-KBANK-KTB-SCB เด่นสุด ชูอีก 4 กลุ่มรับเศรษฐกิจฟื้น-ดอกเบี้ยต่ำ
Updated 23 hours ago
News Highlight
ORN ผลงาน Q2/69 กำไรโตแรง 139.8% Backlog 4,262 ลบ. Q3/69 เปิด “เดอะ เน็กซ์ เจ็ดยอด 4” พร้อมรุกภูเก็ต
Updated 19 hours ago
News Highlight
TS Food เดินเกมใหญ่ คว้าตัว ดร.กุลยา ตันติเตมิท อดีตอธิบดีสรรพากร นำทัพขยายธุรกิจอาหาร
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
“เอกนิติ” หวังหุ้นไทย ปีนี้แตะ 2,000 จุด เผยลงทุน Q2 โต 14% สูงสุดรอบ 11 ปี เร่งดึงทุนต่างชาติรับโอกาสย้ายฐานผลิต
Updated 1 day ago
Follow Us