สถิติการบังคับใช้กฎหมาย ของ ก.ล.ต.
การดำเนินคดีอาญา
เฉพาะฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ทุจริต แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต

ในช่วงวันที่ 1 ม.ค. - 31 พ.ค. 69 ก.ล.ต. ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในคดีอาญาฐานการกระทำอันไม่เป็นธรรม ทุจริต และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน (บก.ปอศ. และ DSI) รวม 8 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 43 ราย ซึ่งเป็นฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา 1 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย การทุจริต 1 คดี ผู้กระทำความผิด 1 ราย และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 6 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย
การดำเนินการตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง
1.คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด

2.ตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด*

หมายเหตุ :
* ข้อมูลในวันที่ตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด
** เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำผิด เป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลังแล้ว
3.การมีคำพิพากษาในคดีที่ ก.ล.ต. ยื่นฟ้องเพื่อให้ศาลแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง

ในช่วงวันที่ 1 ม.ค. - 31 พ.ค. 69 ค.ม.พ. ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำผิดรวม 3 คดี จำนวนผู้กระทำความผิด 6 ราย เป็นฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา และการใช้ข้อมูลภายใน/การเปิดเผยข้อมูลภายใน
ในช่วงเวลาเดียวกันมีผู้กระทำผิดมาตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด จำนวนรวม 27 ราย จาก 7 คดี โดยมีค่าปรับทางแพ่ง 663 ล้านบาท ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 519 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2560 ที่มีการนำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ มีผู้กระทำความผิดตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด จำนวน 343 ราย จาก 88 คดี โดยมีค่าปรับทางแพ่ง 2,826 ล้านบาท ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 977 ล้านบาท ซึ่งเงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำผิด เป็นรายได้แผ่นดินที่ ก.ล.ต. นำส่งกระทรวงการคลังแล้ว
สำหรับผู้กระทำผิดที่ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต. ได้มีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ
การมีคำพิพากษาในคดีที่ ก.ล.ต. ยื่นฟ้องเพื่อให้ศาลแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ณ 31 พ.ค. 69 คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำนวน 6 คดี (ศาลชั้นต้น 1 คดี และศาลอุทธรณ์ 5 คดี) โดยศาลพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดี โดยลงโทษและกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่จำเลยในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด และอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น/ศาลอุทธรณ์ จำนวน 19 คดี แบ่งเป็น 10 คดี อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น และ 9 คดี อยู่ระหว่างอุทธรณ์
การดำเนินการของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” โทร. 1207 กด 22

ในช่วงเดือน ม.ค. - พ.ค. 2569 “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสหลอกลงทุนและให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน รวม 4,307 ครั้ง เพิ่มขึ้นมากกว่า 25% เมื่อเที่ยบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ผ่าน 7 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. (www.sec.or.th/scamalert) โทรศัพท์ (1207 กด 22) อีเมล ([email protected]) การเดินทางมายังสำนักงาน ก.ล.ต. ระบบบริการสนทนา (Facebook และ Live chat) และไปรษณีย์
มีบัญชีโซเชียลมีเดียเข้าข่ายหลอกลงทุนที่ประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดกั้น จำนวน 368 บัญชี ซึ่งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ปิดกั้นได้ร้อยละ 100 ภายในเวลา 7 นาที – 48 ชั่วโมง และให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน จำนวน 3,939 ครั้ง เพิ่มขึ้นถึง 208% จาก 1,279 ครั้ง ในช่วงเดือน ม.ค. – พ.ค. ปี 2568
ทั้งนี้ การดำเนินการปิดกั้นช่องทางการหลอกลงทุนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนรายอื่นตกเป็นเหยื่อถูกชักชวนหลอกลงทุน โดยมีกระบวนการตั้งแต่ตรวจสอบข้อมูล ติดต่อผู้แจ้งเบาะแสเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เก็บพยานหลักฐาน เตรียมเอกสารและข้อมูลเพื่อใช้ในการปิดกั้น ค้นหาข้อมูลที่ได้รับจากการแจ้งเบาะแสเพิ่มเติม รวมถึงติดต่อผู้ถูกใช้ชื่อในการหลอกลงทุนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการชักชวนหลอกลงทุนจริง และระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการปิดกั้นเกิดขึ้น
การระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ปี 2568

