SPR ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 100 ล้านหุ้น ระดมทุนใน mai ลงทุนขยายเครื่องจักร - เพิ่มศักยภาพธุรกิจ
“บริษัท ศุภริช จำกัด (มหาชน) หรือ SPR” ยักษ์ใหญ่ในวงการผลิตและจำหน่ายประตูเหล็ก ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอไม่เกิน 100 ล้านหุ้น เดินหน้าเข้าตลาด mai ระดมทุนซื้อเครื่องจักรขยายกำลังการผลิต ติดตั้ง Solar Cell และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
นายกิตติชัย นาคะประเสริฐกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ศุภริช จำกัด (มหาชน) หรือ SPR เปิดเผยว่า ขณะนี้ SPR ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ของบริษัท เพื่อประกอบการยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดย SPR จะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวนไม่เกิน 100 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 33.33 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
สำหรับจุดเด่นของ SPR คือ เป็นผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 20 ปี ในการผลิตและจำหน่ายประตูเหล็ก โดยสามารถผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้าทั้งด้านขนาด สีสัน และลวดลาย รวมทั้งผนังกั้นน้ำ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง โดยรายได้หลักของบริษัทมาจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่บริษัทดำเนินการผลิตด้วยตนเอง และสินค้าบางส่วนบริษัทได้จัดหามาจากภายนอก
โดย SPR ยังมีจุดเด่นที่สำคัญอีก คือ มีฐานะการเงินที่มั่นคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำเพียง 0.78 เท่า จึงมีศักยภาพที่สูงในการขยายธุรกิจได้อีกในอนาคตภายหลังจากการระดมทุนจากการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นที่ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป
ในด้านผลการดำเนินงาน ปี 2566-2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 349.98 ล้านบาท 388.35 ล้านบาท 345.29 ล้านบาทตามลำดับ และในงวด 3 เดือนแรกปี 2568 มีรายได้รวม 101.08 ล้านบาท เทียบกับงวด 3 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 89.23 ล้านบาท โดยในงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 แม้ว่ารายได้รวมจากการขายและให้บริการลดลง 12.06 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นลดลง 1.96 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 31.12 เป็นร้อยละ 33.17 โดยมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ (Product Mix) ที่เน้นไปยังผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และประสิทธิภาพการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น
โดยกำไรสุทธิปี 2566-2568 อยู่ที่ 30.97 ล้านบาท 44.76 ล้านบาท และ 36.48 ล้านบาท หรืออัตรากำไรสุทธิร้อยละ 8.95 ร้อยละ 11.59 และร้อยละ 10.65 ตามลำดับ ในงวด 3 เดือนแรกปี 2568 และ 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 12.56 ล้านบาท และ 9.09 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 12.59 และร้อยละ 10.37 ของรายได้รวมในงวดเดียวกันตามลำดับ
โครงสร้างรายได้หลักของบริษัทในงวดไตรมาส 1 ปี 2569 แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ประตูเหล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก คิดเป็นสัดส่วน 70.19% ของรายได้รวม รองลงมาคือกลุ่มผลิตภัณฑ์ผนังกั้นห้องน้ำ คิดเป็น 23.44% และกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ คิดเป็น 4.66% ของรายได้รวม
ว่าที่ร้อยตรีบุญชัย เดชาโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศุภริช จำกัด (มหาชน) หรือ SPR กล่าวว่า บริษัทศุภริช เราเชี่ยวชาญในธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายประตูเหล็ก ผนังกั้นห้องน้ำ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง โดยประตูเหล็กเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท สามารถผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ทั้งด้านขนาด สีสันและลวดลาย ซึ่งบริษัทจัดจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า SPR ทั้งหมด และจำแนกตามรูปแบบการใช้งานได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. ประตูเหล็กทนไฟ ใช้สำหรับป้องกันไฟและควันลุกลาม 2. ประตูเหล็กทั่วไป ใช้สำหรับงานภายในและภายนอกทั่วไป เช่น ประตูเหล็ก รั้วเหล็ก ประตูม้วนเหล็ก และ 3.ประตูเหล็กกันเสียง ใช้สำหรับลดเสียงรบกวนจากภายนอก เหมาะสำหรับอาคารที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและลดเสียง
กลุ่มผลิตภัณฑ์ผนังกั้นห้องน้ำสำเร็จรูปที่สามารถติดตั้งได้ทันที โดยบริษัทจัดจำหน่ายผนังกั้นห้องน้ำสำเร็จรูป ภายใต้เครื่องหมายการค้า VALOR และ SHARK โดยจำแนกตามวัสดุที่ใช้ในการผลิต ได้แก่ ผนังกั้นน้ำแผ่นลามิเนต และ ผนังห้องน้ำสำเร็จรูปกันน้ำ ปิดผิวด้วยแผ่นลามิเนต เพื่อความสวยงามและความทนทาน และ ผนังห้องน้ำสำเร็จรูป กันชื้น ผลิตจากแผ่นไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดเคลือบผิวเมลามีน
กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ ประตูห้องผ่าตัด ผนังเลื่อนกันเสียง ฉนวนกันความร้อน เฟอร์นิเจอร์ แผ่นลามิเนต ผลิตภัณฑ์ดูดซับเสียงและป้องกันเสียง และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำ เป็นต้น บริษัทมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจโดยการซื้อสินค้ามาจำหน่ายต่อ ซึ่งเป็นการสร้างรายได้จากการค้าส่งและค้าปลีกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตามความต้องการของตลาดและเกี่ยวเนื่องผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท โดยมุ่งเน้นการให้บริการสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่แข่งขันได้
การระดมทุนครั้งนี้ เพื่อสนับสนุน SPR เดินหน้าสู่เป้าหมายที่จะขยายกำลังการผลิตในอนาคต ต่อยอดธุรกิจ โดยวัตถุประสงค์ในการระดมทุนที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ บริษัทจะนำไปใช้ซื้อเครื่องจักรและขยายกำลังการผลิต เพื่อติดตั้ง Solar Cell ที่โรงงานผลิต และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจ สร้างความยั่งยืนในอนาคต
