TIPAK ก้าวสู่บทใหม่ เตรียม IPO เสริมความแข็งแกร่ง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษ บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในระยะต่อไป รับแนวโน้มตลาดที่เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น โดยมูลค่าตลาดบรรจุภัณฑ์กระดาษโดยรวมที่คาดว่าหดตัว 0.4% ในปี 2568 มีแนวโน้มกลับมาขยายตัว 1.5% ในปี 2569 และ 2.9% ในปี 2570
สำหรับตลาดในประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 85-90% ของมูลค่าตลาดรวม คาดว่าจะเติบโต 2.5% ในปี 2569 และ 3.2% ในปี 2570 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกระแสรักษ์โลกและการเติบโตของ E-commerce ขณะที่ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษทดแทนพลาสติกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความสำคัญของประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในหลายประเทศ
ภายใต้โอกาสของตลาดที่เปิดกว้างขึ้น TIPAK เตรียมต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจผ่านการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) รองรับแผนยกระดับศักยภาพและขยายโอกาสทางธุรกิจในระยะต่อไป
ซึ่งแผนสำคัญของ TIPAK คือ การยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและระบบอัตโนมัติ (Production Efficiency & Automation Upgrade) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร รองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต
พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีแผนติดตั้งระบบควบคุมคุณภาพและเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิต (Quality Optimization & Utility Stabilization) ทั้งห้องแลกเปลี่ยนและควบคุมความชื้นกระดาษ เพื่อแก้ปัญหาแผ่นกระดาษแตก บิดงอ ระบบผสมกาวอัตโนมัติ (Automatic Glue Mixing Machine) เพื่อลดของเสียจากการผสมกาว การติดตั้งระบบตัวกรองฮาร์มอนิกส์ชนิดแอกทีฟ (Active Harmonic Filters) เพื่อยกระดับอัตราของดี (Quality Rate) ให้มีเสถียรภาพ โดยที่ผ่านมาบริษัทสามารถลดเวลาการหยุดเดินเครื่อง (Breakdown) จาก 4.94% เหลือ 2.53% และเพิ่มอัตราการเดินเครื่อง (Availability) เป็น 88.91% จากเดิม 87.01%
ด้านการบริหารจัดการข้อมูล TIPAK เตรียมนำระบบ SCADA มาใช้เพื่อตรวจจับสัญญาณเริ่มต้นการเสื่อมสภาพ และระบบติดตามประเมินผล OEE แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสายการผลิต รวมถึงมีแผนลงทุน Solar Rooftop เพิ่มเติมเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน โดยบริษัทคาดว่าการลงทุนในเครื่องจักร เทคโนโลยี และระบบอัตโนมัติจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และสนับสนุนการขยายตัวของอัตรากำไรในระยะยาว
นอกจากนี้ TIPAK ยังมีฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ให้สามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความแข็งแรงและทนทาน การป้องกันความชื้น สารเคลือบเพื่อยืดอายุผักและผลไม้ สารเคลือบป้องกันเชื้อราและจุลินทรีย์ สารเคลือบต้านทานน้ำ ตลอดจนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับสินค้าแต่ละประเภท โดยปรับได้ทั้งขนาด สี รูปทรง และความแข็งแรงทนทาน ตามความต้องการของลูกค้า โดยมีให้เลือกทั้งแบบกล่องฝาชน กล่องฝาเกย กล่องฝาครอบ ไส้กั้น และกล่องไดคัทรูปทรงต่าง ๆ
ขณะที่การเติบโตของ E-commerce ยังเพิ่มความต้องการบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดส่งระยะไกลที่ต้องสามารถปกป้องสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น TIPAK ยังใช้กลยุทธ์ Diversification กระจายฐานลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ช่วยลดการพึ่งพิงรายได้จากตลาดใดตลาดหนึ่ง และเปิดโอกาสให้บริษัทต่อยอดผลิตภัณฑ์ไปสู่ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ทั้งนี้ ในปี 2568 กลุ่มการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์มีสัดส่วนรายได้ 39% ตามด้วยกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 30% กลุ่มเยื่อและกระดาษ 5% กลุ่มยาและเครื่องมือแพทย์ 5% กลุ่มพลาสติก 4% กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 2% และกลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น 2%
โดยเฉพาะกลุ่ม Food & Beverage ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญอันดับ 2 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 29% ในปี 2567 เป็น 30% ในปี 2568 และยังมีโอกาสขยายตลาดไปยังผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายอื่นเพิ่มเติม รวมถึงกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่บริษัทคาดว่าจะมีโอกาสขยายฐานลูกค้าไปยังผู้ผลิตรายอื่นในอนาคตด้วย
ขณะเดียวกัน แนวโน้ม Sustainable Packaging ยังเป็นโอกาสระยะยาวของธุรกิจ จากความต้องการลดการใช้พลาสติกและการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยคาดว่ามูลค่าตลาด Sustainable Paper Packaging ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นแตะ 44.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2572 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปีในช่วงปี 2567-2572
จากแนวโน้มตลาดที่เอื้อต่อการขยายตัว ผสานกับแผนยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และการกระจายฐานลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม TIPAK จึงมีความพร้อมในการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์สู่โอกาสการเติบโตในระยะต่อไป พร้อมเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน
