KKP ชี้ AI เข้าสู่วัฏจักรใหม่ ย้ายโฟกัสสู่ "โครงสร้างพื้นฐาน" เปิดโอกาสทองภาคการผลิตไทยคว้าเม็ดเงิน FDI ระลอกใหม่

บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ประเมินการลงทุนด้าน AI ของโลกกำลังก้าวข้ามจาก "ชิป" ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานโดยรอบ ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะโอกาสในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ระลอกใหม่เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ 


เมื่อชิปไม่ใช่คอขวดเดียวของ AI
อีกต่อไป

บทวิเคราะห์จาก KKP ระบุว่า เมื่อระบบ AI มีขนาดใหญ่ขึ้น กำลังไฟฟ้าต่อแร็ก (Rack Power) ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ได้เพิ่มขึ้นจากระดับหลายสิบกิโลวัตต์ สู่ประมาณ 600kW และอาจแตะระดับ 1MW ในอนาคต ข้อจำกัดสำคัญจึงย้ายไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการประมวลผล ทั้งระบบจ่ายไฟ ระบบระบายความร้อน และการรับส่งข้อมูล


KKP มองเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสำคัญ 2 ประการที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนในระยะถัดไป คือเทคโนโลยี 800VDC ที่ช่วยแก้ปัญหาด้านพลังงานโดยการเพิ่มแรงดันไฟฟ้า ลดการใช้ทองแดง และลดความร้อน รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้ระบบเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical Connectivity) เพื่อแก้ปัญหาการรับส่งข้อมูลที่สายทองแดงเริ่มมีข้อจำกัดด้านความเร็วและระยะทาง


ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจผ่านพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

เมื่อการลงทุน AI ทั่วโลกเร่งตัวขึ้น KKP คาดว่าจะเกิดกระแส FDI ระลอกใหม่เข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แผงวงจรพิมพ์ (PCB) และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (Advanced Electronics) ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนภาพชัดเจนผ่านความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรม โดยประเมินว่าผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ของไทยอย่าง WHA และ AMATA จะมียอดขายที่ดินเพิ่มขึ้นประมาณ 2,500 ไร่ต่อปี และ 2,000 ไร่ต่อปี ตามลำดับ


ศักยภาพของภาคการผลิตไทย (Downstream Manufacturing)

แม้เทคโนโลยีต้นน้ำอย่างการออกแบบและผลิตชิปจะกระจุกตัวอยู่ในต่างประเทศ แต่ประเทศไทยกำลังมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI โดยเฉพาะในส่วน Downstream Manufacturing หรือการประกอบและแปรรูปเทคโนโลยีขั้นสูง


บริษัทจดทะเบียนและผู้ประกอบการไทยหลายแห่งมีรากฐานและความพร้อมในการรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นนี้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็น:

  • บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA): มีความพร้อมในการรองรับความต้องการระบบจ่ายไฟสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) เช่น Power Supply Unit (PSU) และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ที่ต้องเพิ่มขึ้นตามกำลังไฟต่อแร็ก

  • บมจ. ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA): ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของความต้องการ Analog IC (เช่น ชิปบริหารจัดการพลังงานและชิปควบคุม) รวมถึงกลุ่ม Power Semiconductor ที่รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ 800VDC

  • บมจ. เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE): มีความพร้อมรองรับความต้องการแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ระดับ High-end ที่ต้องมีจำนวนชั้น (Layer) มากขึ้น เพื่อรองรับการออกแบบระบบที่ซับซ้อนและประหยัดพลังงานของ AI Server

  • บมจ. สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) (SMT): ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานการรับส่งข้อมูลในศูนย์ข้อมูล ไปสู่เทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical Connectivity)

  • บมจ. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (CCET): มีศักยภาพในการรองรับความต้องการอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage) ทั้ง HDD และ SSD ที่ขยายตัวมหาศาล เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลจากการประมวลผลของ AI


โครงสร้างพื้นฐานพลังงานและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

นอกจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์แล้ว การขยายตัวของ AI ยังส่งผลดีต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ เช่น ภาวะขาดแคลนหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ทั่วโลกที่ส่งผลบวกโดยตรงต่อผู้ผลิตของไทยอย่าง บมจ. ถิรไทย (TRT) ตลอดจนความต้องการน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าและของเหลวสำหรับระบบ Liquid Cooling ที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจอย่าง บมจ. พี.เอส.พีสเปเชียลตี้ส์ (PSP)


นอกจากนี้ การเติบโตของระบบนิเวศดังกล่าวยังเปิดโอกาสไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ในอนาคต (Physical AI) เช่น ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของ บมจ. มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) (MGC) ในการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots) ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในระยะยาว


นาย ศุภพงศ์ เอี่ยมคงเอก นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า "การลงทุนใน AI ทั่วโลกจะไม่หยุดอยู่แค่เรื่องของซอฟต์แวร์หรือชิป แต่กำลังลามมาสู่สิ่งที่ประเทศไทยมีต้นทุนที่ดีอย่างโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมปลายน้ำ นี่คือหน้าต่างของโอกาสที่ยังเปิดกว้างสำหรับเศรษฐกิจไทย ถ้าเราสามารถดึงดูดเม็ดเงิน FDI ระลอกใหม่นี้เข้ามาสู่ห่วงโซ่การผลิตขั้นสูงได้เต็มที่ มันจะไม่ใช่แค่การเพิ่มกำไรให้บริษัทจดทะเบียน แต่หมายถึงการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก"


การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกในครั้งนี้ จึงนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยสามารถใช้จุดแข็งที่มีอยู่ ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและก้าวขึ้นเป็นฟันเฟืองสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI โลกได้อย่างแข็งแกร่ง

Most Viewed
Stock of the Day
SET ดิ่งหนัก 14 จุด วิตกตะวันออกกลางตึงตัว แบงก์-ชิ้นส่วน-ICT ถูกขายกดดัชนี โรงพยาบาล-ค้าปลีกช่วยพยุงตลาด
Updated 1 day ago
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
Updated 15 hours ago
News Highlight
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นต่อร่างประกาศเพื่อให้ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ LiVEx เสนอขายหุ้นต่อประชาชนได้
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เช็กลิสต์ 7 กลุ่มหุ้นกองหน้า รับอานิสงส์ IMF-World Bank ชูไทยสู่ Regional Hub ดึง FDI-เทคโนโลยี ต่อยอด Global Supply Chain เพิ่มมูลค่าหุ้นระยะยาว
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 7 hours from now
Follow Us