Official Update :

ความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่ม หนุนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯและญี่ปุ่น ขณะที่ไทยเตรียมมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม

สหรัฐฯ: ความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงขึ้นหลังสงครามในตะวันออกกลางส่อแววยืดเยื้อ โดยเฟดมีมติเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 16 กันยายน ล่าสุดเฟดปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 และ 2570 เป็น 2.3% และ 2.4% ตามลำดับ ส่วนเงินเฟ้อคาดเร่งขึ้นเป็น 3.7% ในปี 2569 ก่อนชะลอลงสู่ 2.3% ในปี 2570 ทั้งนี้ เฟดกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่สูงเกินเป้าหมายต่อเนื่องท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจยังอยู่เหนือระดับศักยภาพ ปัจจัยเหล่านี้หนุนให้เฟดมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้



ญี่ปุ่น
: BOJ มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ 1.25% ต่อปี ในการประชุมวันที่ 18 กันยายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี เพื่อบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและเงินเยนที่อ่อนค่า พร้อมส่งสัญญาณว่ามีโอกาสปรับขึ้นต่อ เนื่องจากกังวลว่าเงินเฟ้ออาจอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2.0% เป็นเวลานานจนกระทบต่อเศรษฐกิจ


จีน
: เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวต่อเนื่อง โดยยอดค้าปลีกสินค้าขยายตัวเพียง 0.4% YoY ในเดือนสิงหาคม ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรหดตัวเร่งขึ้น (ดังรูป) นอกจากนี้ ภาวะอุปทานส่วนเกิน การแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรง และความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงกดดันภาคธุรกิจ ขณะที่ภาคอสังหาฯ ยังซบเซาต่อเนื่อง โดยยอดขายบ้านใหม่หดตัว -18.3% ในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ แม้การส่งออกเติบโตสูง (+25%) แต่ผลบวกยังไม่สามารถหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศได้



ไทย
: แรงส่งจากการบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มแผ่วลงจากหลายปัจจัย ขณะที่วงเงินของมาตรการกระตุ้นภาครัฐอาจลดลง โดยในช่วงที่ผ่านมา การบริโภคภาคเอกชนได้แรงสนับสนุนจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสที่เข้ามาประคองกำลังซื้อระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน และมียอดใช้จ่ายสะสม 138,379.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่สนับสนุนจากภาครัฐ 79,505.2 ล้านบาท และการร่วมจ่ายของประชาชน 58,874.1 ล้านบาท ล่าสุด รัฐบาลเตรียมขยายระยะเวลาโครงการไทยช่วยไทยพลัสอีก 2 เดือน ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ขณะที่มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสซึ่งเดิมคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในไตรมาส 4 ถูกเลื่อนไปดำเนินการในปีหน้า


มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการใช้จ่ายของครัวเรือนในระยะนี้ แต่แรงส่งของการบริโภคภาคเอกชนอาจชะลอลงในระยะข้างหน้า เนื่องจาก (i) แรงกระตุ้นจากภาครัฐมีแนวโน้มลดลงจากวงเงินของโครงการไทยช่วยไทยพลัสในระยะแรกที่กว่า 1.2 แสนล้านบาท เหลือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ในระยะที่สอง (ii) ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง อาจเพิ่มภาระค่าครองชีพผ่านการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค (Pass-through Effect) และ (iii) ความอ่อนแอของรายได้แรงงาน โดยในไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลง 0.25% YoY เมื่อประกอบกับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง จึงมีแนวโน้มกดดันการบริโภคในระยะข้างหน้าพื้นฐาน


Most Viewed
Stock of the Day
สแกนหุ้นเด็ดรับ Golden Week รับอานิสงส์จีนหยุดยาว 13 วัน กลุ่มท่องเที่ยว-ค้าปลีก มีโอกาสเพิ่มอัพไซด์ โบรกฯ มองจังหวะลงทุน DR รับการบริโภค
Updated 1 day ago
Stock of the Day
BEM บวก 1.47% โบรกฯ แนะ “ซื้อ” เป้า 8.80 บ. มองเหตุไฟไหม้ MRT กระทบกำไรจำกัด คาดกำไรปี 69 แตะ 3.9 พันลบ. โต 3.4%
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
Fitch ยกระดับเครดิตไทย ปรับแนวโน้มสู่ “มีเสถียรภาพ” โบรกฯ มองบวกต่อ SET รับศก.ขยายตัว ชู 10 หุ้นเด่น 4 กลุ่มรับอานิสงส์การลงทุน
Updated 20 hours ago
News Highlight
แจ้งเตือนผู้ถือหุ้นกู้ CGD206A ใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ในวันที่ 22 กันยายน 2569
Updated 21 hours ago
Insurance
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต จัดงาน “OCEAN LIFE THANKS FOR YOUR LOVE 2026” มอบเข็มกลัดเชิดชูเกียรติ ผู้ทุ่มเทร่วมขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลังความรัก
Updated 21 hours ago
Follow Us