SYNEX เปิดมุมมองทิศทางตลาด IT บนเวทีสัมมนา บล.กรุงศรี ชู Growth Engines ใหม่ ต่อยอด Value Creation
SYNEX ร่วมเวทีสัมมนา บล.กรุงศรี ย้ำว่าโจทย์ของผู้ประกอบการ IT ในวันที่ต้นทุนชิปสูงขึ้นและ Supply ผันผวน คือการปรับตัวให้ทันกับโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไป บริษัทฯ จึงเดินหน้าสร้าง Growth Engines ใหม่ พร้อมต่อยอดจากธุรกิจจัดจำหน่าย (Distribution) สู่การสร้างมูลค่า (Value Creation) ผ่านโซลูชัน บริการ และความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าในอนาคต
นายปัญญา พูนเพิ่มผลสิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนาออนไลน์สำหรับนักลงทุนสถาบัน ภายใต้หัวข้อ “ชิปแพง Supply ตึง ผู้ประกอบการ IT ปรับเกมอย่างไร” จัดโดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดมุมมองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไอที พร้อมเปิดแนวทางการเติบโตท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน ข้อจำกัดด้านอุปทาน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
โดย SYNEX มองว่า โจทย์ของตลาดไอทีวันนี้ไม่ได้อยู่เพียงเรื่องราคาชิปที่สูงขึ้น แต่คือการบริหารธุรกิจให้เติบโตได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน ทั้งด้านต้นทุน อุปทาน และกำลังซื้อ ส่งผลให้การบริหารสินค้าคงคลัง การจัดสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) และการรักษาอัตรากำไรมีความสำคัญยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดไอทียังมีโอกาสเติบโต โดยแหล่งการเติบโตกำลังขยับจากตลาดอุปกรณ์แบบเดิม ไปสู่เทคโนโลยีและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ทั้ง AI, ศูนย์ข้อมูล (Data Center), Cloud, Cybersecurity, ซอฟต์แวร์แบบสมัครใช้บริการ (SaaS) และบริการบริหารจัดการระบบ (Managed Services) เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพัฒนารูปแบบธุรกิจและสร้างรายได้จากตลาดใหม่
สำหรับ SYNEX บริษัทเดินหน้าขยายแหล่งการเติบโตไปยังหลายตลาด เพื่อลดการพึ่งพาการเติบโตจากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง พร้อมต่อยอดจากความแข็งแกร่งของธุรกิจจัดจำหน่าย (Distribution) ไปสู่ การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ผ่านโซลูชัน บริการ และความร่วมมือกับพันธมิตร โดยนำสินค้าและเทคโนโลยีมาต่อยอดเป็นโซลูชันที่สามารถนำไปใช้งานจริง ขยายตลาด และพัฒนาเป็นบริการที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ SYNEX ยังยกระดับการสนับสนุนพาร์ตเนอร์ตลอดกระบวนการธุรกิจ ตั้งแต่การสร้างความต้องการในตลาด การออกแบบและส่งมอบโซลูชัน ไปจนถึงการต่อยอดสู่ รายได้ประจำ (Recurring Revenue) โดยเฉพาะกลุ่ม Cloud และ AI พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialists) ที่ให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้า ควบคู่กับการเชื่อมโยงบริการหลังการขาย การรับซื้อคืนสินค้า (Trade-in) บริการทางการเงิน และการคุ้มครองผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าตลอดวงจรการใช้งานของลูกค้า
“การรับมือกับภาวะชิปแพงและอุปทานตึงตัว จึงไม่ใช่เพียงการบริหารต้นทุน แต่คือการสร้างโครงสร้างการเติบโตที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ผ่านการรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก กระจายโอกาสไปยัง Growth Engines ใหม่ และต่อยอดจากการจำหน่ายสินค้าไปสู่โซลูชันและบริการ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในระยะยาว” นายปัญญา กล่าวทิ้งท้าย
