Official Update :

สรุปภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพ.ย. 64

ในเดือนพฤศจิกายน 2564 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะขยายตัวร้อยละ 1.2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากประมาณการครั้งก่อน จากการขยายตัวของการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนที่ลดลงน้อยกว่าที่คาดในไตรมาส 3 ปี2564 และแนวโน้มการขยายตัวดีขึ้นจากการปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวตามนโยบายเปิดประเทศ อย่างไรก็ดีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ และการที่ WHO ประกาศให้ Omicron เชื้อไวรัส COVID-19 กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ระดับที่น่ากังวล ทำให้เกิด sentiment เชิงลบต่อผู้ลงทุน นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยอาจเพิ่มปริมาณการลดวงเงิน QE หรือขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิด Fund flow ไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก


นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 SET Index  ปิดที่ 1,568.69 จุด ลดลง 3.4% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า เมื่อพิจารณาช่วง 11 เดือนแรกปี 2564 SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 8.2% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และ กลุ่มการเงิน



ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย

  • ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 SET Index ปิดที่ 1,69 จุด ลดลง 3.4% จากสิ้นเดือนก่อนหน้า เมื่อพิจารณาช่วง 11 เดือนแรกปี 2564 SET Index ปรับเพิ่มขึ้น 8.2% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ

  • SET Index ใน 11 เดือนแรกปี 2564 ได้แรงหนุนจากเกือบทุกอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และ กลุ่มการเงิน

  • ในเดือนพฤศจิกายน 2564 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 92,275 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยใน 11 เดือนแรกปี 2564 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 95,344 ล้านบาท

  • ผู้ลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิเป็นเดือนแรกหลังจากเป็นผู้ซื้อสุทธิมาสามเดือนต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายน 2564 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 10,182 ล้านบาท ทั้งนี้ในช่วง 11 เดือนแรกปี 2564 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 73,581 ล้านบาทโดยผู้ลงทุนในประเทศมีสถานะเป็นผู้ซื้อสุทธิ 128,844 ล้านบาท โดย ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ผู้ลงทุนในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดมาอย่างต่อเนื่อง

  • ในเดือนพฤศจิกายน 2564 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายใหม่ใน SET 2 บริษัท ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ 1 บริษัท และใน mai 2 บริษัท โดยใน 11 เดือนแรกปี 2564 SET มีมูลค่าเสนอขายในตลาดแรก (IPO) สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ใน ASEAN-5

  • Forward และ Historical P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 อยู่ที่ระดับ 3 เท่า และ 18.9 เท่าตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 15.0 เท่า และ 17.1 เท่าตามลำดับ

  • อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 อยู่ที่ระดับ 84% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.45%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

  • ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 607,801 สัญญา เพิ่มขึ้น 5.9% จากเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2564 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 557,947 สัญญา เพิ่มขึ้น 18.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Single Stock Futures

Most Viewed
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
Updated 15 hours ago
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
Updated 15 hours ago
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
SCC ลุ้นกำไร Q3/69 ฟื้นแตะ 2.8 พันลบ. หนุนผลงานทั้งปี 69 โตพุ่ง 400% รับปิโตรเคมีฟื้น–ต้นทุนลดหนุนมาร์จิ้น
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
Updated 22 hours ago
Follow Us