Official Update :

CPL ปิดงบปี 64 กำไรพุ่งเฉียด 266% ลุ้นแรงส่งต่อดันอุตสาหกรรมฟอกหนังปีนี้ฟื้น

CPL ปิดงบปี 64 โชว์กำไร 69.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 265.98% เมื่อเทียบกับปีก่อน เผยผลงานทุกสายธุรกิจส่งสัญญาณดีขึ้น ทั้งสายธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูปที่กำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 77 ล้านบาทเป็น 101 ล้านบาท ขณะที่สายธุรกิจฟอกหนัง โดยเฉพาะหนังหมูทำผลงานได้สูงกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ ชี้ส่งออกไปจีนได้มากขึ้น ส่วนสายธุรกิจเซฟตี้โปรดักส์ แม้รายได้ยอดขายรองเท้าเซฟตี้ลดลง แต่ชดเชยด้วยอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการ มั่นใจแนวโน้มอุตสาหกรรมดีขึ้น ส่งผลเป้าหมายเติบโต 20% ในปีนี้เป็นไปได้สูง


นายภูวสิษฏ์ วงษ์เจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL เปิดเผยว่า ในปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถทำผลงานได้อย่างน่าพอใจแม้จะต้องเผชิญความยากลำบากจากการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 แต่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น และบริษัทฯ สามารถรับคำสั่งจากลูกค้าได้เพิ่มขึ้น โดยยังคงมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม ทำให้ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,877.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.83% ของปีก่อนซึ่งมีรายได้รวม 1,593.54 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 69.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 265.98% จากปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 18.87 ล้านบาท


“ผลการดำเนินงานของเรามีแนวโน้มที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูป ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 234 ล้านบาท คิดเป็นรายได้ 1,204 ล้านบาท ซึ่งนอกจากคำสั่งซื้อของลูกค้าแบรนด์หลักๆ จะกลับเข้ามาแล้ว บริษัทฯ ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในกระบวนการผลิต ทำให้สามารถทำกำไรขั้นต้นได้เพิ่มขึ้นจาก 77 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 101 ล้านบาทในปีนี้ ขณะที่ธุรกิจสายฟอกหนัง แม้ว่าลูกค้าจะชะลอการนำเข้าเนื่องจากต้องรอดูทิศทางเศรษฐกิจโลก ทำให้เราตัดสินใจปิดหน่วยงานรับจ้างฟอกหนังวัวบางส่วนเป็นการชั่วคราวเพื่อบริหารจัดการต้นทุนที่เกิดขึ้นให้มีประสิทธิภาพ แต่การฟอกหนังหมูมีทิศทางที่ดี เนื่องจากมีการฟอกส่งไปประเทศจีนมากขึ้น โดยในปีนี้สามารถทำยอดได้สูงกว่าประมาณการณ์ที่วางไว้ แต่ต้องจับตาสถานการณ์ในอนาคตอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถมีกำไรขั้นต้นจากธุรกิจฟอกหนัง 45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 26 ล้านบาทในปีที่แล้ว” นายภูวสิษฏ์กล่าว


สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย มีรายได้ 643 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีรายได้ 613 ล้านบาท แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลให้ยอดขายของรองเท้านิรภัยลดลงเนื่องจากกำลังซื้อในประเทศหดตัว แต่ยอดขายของอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการเพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้สามารถชดเชยการขาดหายไปของยอดขายรองเท้านิรภัยได้ และทำให้ภาพรวมการขายปรับตัวสูงมากขึ้น โดยยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ ในปีนี้ สายธุรกิจเซฟตี้โปรดักส์ สามารถทำกำไรขั้นต้นได้ 276 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 246 ล้านบาท


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPL กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถทำผลงานได้ดี และมีแรงส่งต่อถึงครึ่งแรกของปี 2565 ที่สัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ ขณะที่บริษัทฯ สามารถรับคำสั่งซื้อได้มากขึ้น และใช้อัตรากำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าจะทำให้ผลประกอบการในปี 2565 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 17 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 10 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 13 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us