Official Update :

ไอคอนสยามฝ่าวิกฤตโควิด-19 สำเร็จ ยอดขายไตรมาส 4/2564 สูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังเปิดศูนย์ครบ 3 ปี พร้อมเติบโตต่อเนื่องในปี 2565

  • รายได้รวมทั้งกลุ่มเติบโตเกินเป้ามากกว่า 15% ในไตรมาส 4/2564 แม้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ

  • ยอดขายลักซ์ซูรี่แบรนด์ (Luxury Brands) ประสบความสำเร็จท่วมท้น ทั้งใน สยามพารากอน ไอคอนสยาม และสยามพรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ แบรนด์ดังแห่ขอพื้นที่ขยายร้านเพิ่มอีกเท่าตัว เตรียมเปิดต้นปี 2566

  • ไอคอนสยาม ทุบสถิติยอดขาย ไตรมาส 4/2564 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่เปิดศูนย์ครบ 3 ปี

  • ONESIAM SuperApp หนุนยอดช้อปกลุ่มลูกค้าสมาชิก ให้เติบโตทะลุเป้า ยอดขายปี 2564 เพิ่มขึ้นกว่า 45%


กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ ภายใต้วิสัยทัศน์ผู้นำความคิดสร้างสรรค์ (The Visionary ICON) ประกาศความสำเร็จผลประกอบการของทั้งกลุ่มเติบโตทะลุเป้ามากกว่า 15% ในไตรมาส 4/2564 โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มลักซ์ซูรี่แบรนด์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดตลอดระยะเวลา 2 ปี จากที่หลายแบรนด์ขยายพื้นที่ร้าน และแบรนด์ดังๆ มีการนำเสนอความแปลกใหม่ผ่าน “Pop-up Store” หนึ่งเดียวในประเทศไทยกับกลุ่มสยามพิวรรธน์ เพื่อขายสินค้าลิมิเต็ดคอลเลคชั่นพิเศษอย่างต่อเนื่อง สร้างความตื่นตาตื่นใจตอบโจทย์ประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า ย้ำความเป็นผู้นำที่ครองฐานกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงมากที่สุดในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนปี 2565 เสริมความแข็งแกร่งผ่านการขายที่เชื่อมทุกดิจิทัลแพลตฟอร์มกับศูนย์การค้า นำพันธมิตร ร้านค้า และคู่ค้า สร้างความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืน


นางสรัลธร อัศเวศน์ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด “สยามพิวรรธน์ประสบความสำเร็จอย่างสูงมากในปี 2564 สามารถสร้างรายได้ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ถึง 15% ในไตรมาส 4/2564 ซึ่งเป็นผลจากการปรับแผนกลยุทธ์การตลาดและการขายออกสู่ทุกแพลตฟอร์มตลอดทั้งปี มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ผ่านการสร้างบริการโซเชียลและอีคอมเมิร์ซ (Social and E-Commerce), Call  & Shop, Siam Paragon Luxury Chat & Shop และ Ultimate Chat & Shop ที่บริษัทดำเนินการเองเพื่อช่วยขายสินค้าให้บรรดาร้านค้าและพันธมิตรทั้งหมด ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าครอบคลุมต่างจังหวัดได้สำเร็จ อีกทั้งได้ร่วมมือกับทางแอปพลิเคชั่นที่หลากหลายเพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายครบรูปแบบออมนิแชนแนล (Omni-Channel) จนถึงการเปิดตัว ONESIAM SuperApp เมื่อปลายปี 2564 ผลักดันให้ยอดซื้อในส่วนของกลุ่มลูกค้าสมาชิกเพิ่มขึ้นกว่า 45% จากปี 2563 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมพร้อมเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็ม (ecosystem) ให้ 4 ศูนย์การค้าของบริษัทฯ เป็นศูนย์กลางการ Earn & Burn สิทธิประโยชน์ และ VIZ Coin โดยเชื่อม 1,000 ร้านค้าและพันธมิตรชั้นนำกว่า 100 รายจาก 13 ประเภทอุตสาหกรรม ครอบคลุมหลากหลายธุรกิจ เพื่อสร้างยอดขายที่ก้าวกระโดดร่วมกันทุกฝ่ายในปี 2565 อย่างต่อเนื่อง


แม้ในปี 2564 ที่ผ่านมา จะมีปัจจัยท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่สินค้ากลุ่มลักซ์ซูรี่แบรนด์ทุกประเภทได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าคนไทยล้วนๆ ที่มีกำลังซื้อสูงในทุกศูนย์การค้า โดยเฉพาะจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนม ตอกย้ำให้สยามพารากอนและไอคอนสยามเป็น Destination ของ Luxury Brand ที่รวมแบรนด์ชั้นนำทุกประเภททั้งสินค้าแฟชั่น accessories นาฬิกาและเครื่องประดับชั้นสูงได้ครบครันมากที่สุดในประเทศ และหลายแบรนด์ดังมีสต๊อกสินค้าใหม่ๆ ที่มากกว่าร้านในฮ่องกงและสิงค์โปร์อีกด้วย ซึ่งระหว่างวิกฤตการณ์โควิดทั้งสองปี ร้านค้ากลุ่มนี้ ในทั้งสองศูนย์การค้าสามารถสร้างยอดขายและมีอัตราเติบโตที่โดดเด่นสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก โดยมีปัจจัยมาจากลักซ์ซูรี่แบรนด์หลายรายได้ขยายพื้นที่ของร้านในสยามพารากอน และแบรนด์ดังๆ ได้ร่วมเปิดพื้นที่เป็น “Pop-up Store” ในไอคอนสยามด้วย เพื่อขายลิมิเต็ดคอลเลคชั่นพิเศษ ซึ่งได้รับความนิยมจากลูกค้าคนไทยท่วมท้นเกินความคาดหมาย ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดจองพื้นที่เพื่อเปิด Pop-up Store ทุกเดือนและเต็มตลอดจนถึงปี 2566 แล้ว อีกทั้งสยามพิวรรธน์ได้ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์และพันธมิตรในอีโคซิสเต็ม เช่น กลุ่มสายการบิน โรงพยาบาล และบริษัทประกันภัย เพื่อช่วยบริหารจัดการลูกค้ากำลังซื้อสูงของทุกรายให้ได้สิทธิประโยชน์ที่เงินซื้อไม่ได้ และเติมเต็มประสบการณ์เหนือความคาดหมายได้มากขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รายได้ของกลุ่มสยามพิวรรธน์ เติบโตเกินเป้าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 คือ กลุ่มวันสยาม (ONESIAM) ที่สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ปรับเปลี่ยนพื้นที่โดยมีผู้เช่ารายใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเข้ามาสร้างสีสัน ซึ่งเป็นแรงดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการมากในไตรมาสสุดท้ายของปี”



(นางสรัลธร อัศเวศน์)



นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “หลังจากเปิดให้บริการมาครบ 3 ปี ไอคอนสยามประสบความสำเร็จอย่างมากในการฟันฝ่าและเอาชนะสถานการณ์การแพร่ระบาดตลอดระยะเวลา 2 ปี สามารถสร้างฐานลูกค้าประจำที่เป็นคนไทยล้วนๆ เห็นได้จากจำนวนลูกค้าในปี 2564 ที่เพิ่มขึ้นมากจากปี 2563 ส่งผลให้ยอดขายไตรมาสสุดท้ายเพิ่มขึ้นถึง 43% ซึ่งเป็นรายได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับจากเปิดโครงการมาแล้ว 3 ปี และที่สำคัญคือยอดขายเติบโตในทุกกลุ่มสินค้าและบริการ เพราะมีกำลังซื้อจากสมาชิกลูกค้าประจำที่โดดเด่นมาก ซึ่งคิดเป็น 40% ของยอดขายทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าแม้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ไอคอนสยามมีฐานลูกค้าประจำที่เป็นคนไทยจำนวนมาก รวมทั้งมีกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นลูกค้าที่อาศัยในฝั่งธนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงอีกหลายจังหวัดที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยเป็นประจำ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์วิสัยทัศน์แรกเริ่มของไอคอนสยามที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างเศรษฐกิจฝั่งกรุงเทพตะวันตกให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งวันนี้กระทำได้สำเร็จแล้วท่ามกลาง วิกฤตโควิด-19



ในปี 2565 นี้ ลูกค้าไอคอนสยามที่เป็นสมาชิก VIZ Card จะได้ใช้ VIZ Coin ผ่าน ONESIAM SuperApp ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระตุ้นการใช้จ่ายให้เติบโตถึง 15-20% และปัจจัยที่จะส่งผลให้มีความคึกคัก คือศูนย์ประชุมและการแสดงมาตรฐานระดับโลก ทรู ไอคอน ฮอลล์ (True Icon Hall) มียอดจองจัดงานแล้วทั้งปี ส่วนรถไฟฟ้าสายสีทองซึ่งได้เปิดบริการแล้วจะช่วยส่งเสริมให้ลูกค้าจากทั่วกรุงเทพและปริมณฑล เดินทางเข้ามาใช้บริการได้สะดวกสบายอย่างต่อเนื่อง หากมีการเปิดประเทศในปีนี้ และมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ยิ่งจะส่งผลให้กิจการของไอคอนสยามเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย”


สำหรับ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นเช่นกัน และได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าทั่วประเทศ เพราะร้านลักซ์ซูรี่แบรนด์เลือกเปิดร้านกับทางสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต เป็นแห่งแรก และแห่งเดียวในไทย ส่งผลให้ยอดขายทะลุเป้ากว่าที่คาดไว้ มีจำนวนลูกค้าสม่ำเสมอต่อเนื่องและยอดจับจ่ายต่อคนอยู่ในระดับสูงจึงส่งผลให้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาแผนการขยายพื้นที่เฟส 2 เนื่องจากมีลักซ์ซูรี่แบรนด์ประสงค์จะเปิดร้านค้าในสยาม พรีเมียม เอาท์เล็ตอีกเป็นจำนวนมาก


ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่เติบโตท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิด-19 ของศูนย์การค้าของกลุ่มสยามพิวรรธน์ทุกศูนย์ในปลายปี 2564 แสดงถึงความแข็งแกร่งของสยามพิวรรธน์ที่มีฐานลูกค้าที่ทรงพลังซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง ควบคู่ไปกับความสำเร็จของกลยุทธ์กิจกรรมส่งเสริมการตลาด และการสร้างแพลตฟอร์ม ONESIAM SuperApp ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2564 ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนที่ช่วยกระตุ้นยอดการจับจ่ายใช้สอย รวมทั้งทำให้เข้าถึงการขยายตลาดสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่เจเนอเรชั่น Y และ Z โดยในปีนี้กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ตั้งเป้าว่าจะสร้างยอดขายในกลุ่มสมาชิกให้เติบโตโดยรวมเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 30% นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์จะเดินหน้าขยายระบบนิเวศธุรกิจพรีเมียมระดับโลก (ecosystem) อย่างเต็มกำลัง ซึ่งกลางปีนี้จะขยายไปครอบคลุมหลากหลายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรชั้นนำกว่า 100 บริษัท 13 อุตสาหกรรม ผ่านแพลตฟอร์ม ONESIAM SuperApp ที่จะช่วยขยายฐานและให้บริการแก่ลูกค้ากำลังซื้อสูงให้กว้างมากขึ้น ลูกค้าสามารถใช้ VIZ Coin จากซูเปอร์แอป เพื่อสิทธิประโยชน์มากมาย และทำให้ ONESIAM SuperApp เข้ามาเติมเต็ม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าได้ครบทุกมิติ ทั้งสิ้นนี้เป็นการแสดงถึงวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้นำความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพพร้อมทีมงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ที่สามารถสร้างธุรกิจใหม่ๆ และก้าวข้ามทุกวิกฤตการณ์ได้เสมอ”



(นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล)




Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 19 hours ago
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
Updated 12 hours ago
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
Updated 11 hours from now
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
Updated 1 day ago
Follow Us