ดีบีเอส ประเมินผลกระทบ 19 หุ้นไทยเกี่ยวคริปโตฯ ย้ำมุมมอง “แม้ราคาร่วง ก็ไม่น่าลงทุน”
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประเมินผลกระทบจากการปรับตัวลดลงของราคาสินทรัพย์ดิจิตอล ส่งผลอย่างไรกับหุ้นที่ลงทุนในคริปโตอย่างไร โดยมองว่า กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจะเป็นหุ้นในกลุ่ม ขุดเหมือง และ กลุ่มที่เข้าไปลงทุนโดยตรงในคริปโต
โดยบล.ประเมินว่า แม้ภาวะเหรียญคริปโตจะราคาลดลงโดยส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามควรจำแนกการพิจารณาว่าได้รับ Crypto ในระดับใด แต่สินทรัพย์ที่ขุดมาก็จะมีมูลค่าตลาดที่ต่ำ โดยได้ให้คำแนะนำไว้ว่า แม้หุ้นตกรับข่าวแล้ว ก็ยังไม่ควรเข้าไปช้อน
โดยหุ้นกลุ่มแรก ในกลุ่มขุดเหรียญ Bitcoin นั้น ประเมินว่า จะได้รับผลกระทบ โดยแม้จะมีการขุดเหรียญได้ ก็อาจจะมีมูลค่าที่ต่ำ และไม่คุ้มกับการลงทุน โดยหุ้นในกลุ่มดังกล่าว ได้แก่ JTS, ZIGA,UPA,AJA,ECF,CWT,SCI,NRF เป็นต้น
กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่รับเหรียญมาใช้ซื้อสินค้าได้ หรือ รับบริการต่างๆ ทำโปรโมชั่น คาดว่ากลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบไม่มาก เพราะหากได้รับมาจากการชำระค่าสินค้าหรือบริการ ก็จะป้องกันความเสี่ยงได้ ด้วยการขายออกมาทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง ชุดหลักทรัพย์เหล่านี้ เช่น ANAN,SIRI,ORI,ASW, MAJOR หรือมีการออกและใช้เหรียญภายในกลุ่ม เพื่อให้ลูกค้ามารับบริการได้ หรือทำโปรโมชั่นทางการตลาด เช่น Jfin Coin กลุ่ม JMART หรือ Popcoin ของกลุ่ม RS
กลุ่มที่ 3 หุ้นที่รับเป็นที่ปรึกษาทำธุรกิจเกี่ยวกับ เหรียญ Crypto หรือเป็นศูนย์ซื้อขายฯ ระยะนี้ก็จะซบเซาไปตามสถานการณ์ของเหรียญ หลักทรัพย์ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น บริษัท XPG รับเป็นที่ปรึกษาในการออกเหรียญ หรือให้บริการต่างๆ, SCB สนใจเข้าไปถือหุ้นใน BITKUP หรือกระทั่ง GULF ให้บริษัทย่อยไปร่วมลงทุน ในธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐอเมริกา (Binance US) ใช้เงินราว 660 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทย่อยคือกัลฟ์ อินโนวา ถือหุ้น 51% ส่วน Binance Capital Management ถือหุ้น 49%
กลุ่มที่ 4 หุ้นที่เข้าไปถือหุ้นโดยตรงในเหรียญ Crypto 2 หลักทรัพย์คือ GULF และ BROOK ถือว่าได้รับผลกระทบทางลบโดยตรง
GULF: เม.ย.65 ให้บริษัทย่อยคือ Gulf International Investment Limited (GII) ซึ่งถือหุ้นอยู่ 100% ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล BNB มูลค่าราว 1,678.25 ล้านบาท หรือ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หากสมมุติให้ในที่สุดแล้วมูลค่าเหรียญลดลงไป 50% หรือได้รับความเสียหายไป 839 ล้านบาท หากเทียบกับกำไรตลอดปีจะเป็นสัดส่วนราว 7% จากกำไรราว 1.2 พันล้านบาท
แต่ล่าสุดบริษัทได้มีการจำหน่ายหุ้นทั้งหมด ให้แก่บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์(ประเทศไทย) จำกัด (GHT) ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ถือหุ้นในบริษัทฯ ในสัดส่วนร้อยละ 4.86 (ณ วันที่ 16 มิถุนายนที่ 1,681.67 ล้านบาท จึงคาดว่าบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้แล้ว2565)
BROOK: ต.ค.64 ลงทุนในเงิน Crypto เป็นสกุลหลักๆ 60% คือ Bitcoin, Ethereum, Binance, Stablecoin และอีก 40% เป็นสกุลอื่นๆที่ 1,290 ล้านบาท หากสมมุติให้ในที่สุดแล้วมูลค่าเหรียญลดลงไป 50% หรือได้รับ ความเสียหายไป 645 ล้านบาท หากเทียบกับกำไรตลอดปีที่ราว 200-300 ล้านบาท จะเป็นสัดส่วนที่มากเกิน 100%
และ หากเทียบเป็นต่อหุ้นจะอยู่ที่ 0.07 บาท หรือมากถึง 12%จากราคาหุ้นปัจจุบัน แต่ราคาหุ้นก็ได้ปรับลงมาแบบดิ่งจากจุดสูงสุดเมื่อปลาย มี.ค.65 ในอัตราถึง 46% แล้ว
