Official Update :

หุ้น ASIAN บวกรับข่าว AAI เข้า IPO โชว์กำไรโตเฉลี่ย 95% พร้อมเข้าเทรดไตรมาส 4

อีกหนึ่งหุ้นไอพีโอที่เตรียมพร้อมเข้าเทรดในตลาดหุ้นอย่าง  AAI ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานชั้นนำของประเทศ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ASIAN ได้โชว์ศักยภาพผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกรายใหญ่ของไทย มองโอกาสธุรกิจเติบโตโดดเด่นตามเทรนด์ตลาดโลกที่มีดีมานด์สูง พร้อมนำแบรนด์ของกลุ่มเปิดเกมรุกทำตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ หวังพัฒนาเป็นแบรนด์ระดับโลก


AAI มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร โดยมีแผนขาย IPO จำนวนไม่เกิน 637,500,000 หุ้น คิดเป็น 30.00% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO แบ่งเป็น 1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัท จำนวนไม่เกิน 425,000,000 หุ้น และ2.หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม (บมจ. เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น: ASIAN) จำนวนไม่เกิน 212,500,000 หุ้น คาดจะเข้าเทรดในช่วงไตรมาส 4/65 ลุยขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 2 เท่าตัว


นายเอกกมล ประสพผลสุจริต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN ผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง ทูน่า และอาหารสัตว์น้ำ เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งผลักดันบริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ให้เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกชั้นนําของประเทศไทยและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก สอดรับกับจังหวะที่แนวโน้มของประชากรโลกเริ่มเข้าสู่สังคมสูงอายุ และขนาดของครอบครัวเล็กลง ส่งผลให้เกิดความนิยมในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนหรือเป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น (Pet Humanization) ตามแผนการสร้างความแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจซึ่งเป็นแผนกลยุทธ์หลักของกลุ่มบริษัท


นายเอกราช พรรณสังข์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI กล่าวเสริมว่า AAI เป็นหนึ่งในผู้รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก (Wet Pet Food) และผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก (Human Food) ชั้นนำของประเทศ โดยมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมานานกว่า 15 ปี ทำให้สามารถผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย จนเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์และผู้บริโภคในระดับสากล


นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ มีแผนกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับจากการเป็นผู้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Co-developer) สู่การเป็นคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partners) เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของบริษัทฯ ในระยะยาว


ปัจจุบัน AAI แบ่งผลิตภัณฑ์เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) สำหรับสุนัขและแมว ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ด ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้าที่เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับสากล และภายใต้เครื่องหมายการค้าของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งประกอบด้วย แบรนด์มองชู (monchou) และแบรนด์มาเรีย (Maria) เจาะกลุ่มลูกค้าในตลาดสินค้าพรีเมียม แบรนด์มองชู บาลานซ์ (monchou balanced) และแบรนด์ฮาจิโกะ (Hajiko) เจาะกลุ่มลูกค้าในตลาดมวลชน และ แบรนด์โปร (Pro) เจาะกลุ่มลูกค้าโดยเน้นการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก 


และ 2.ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก (Human Food) ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าในน้ำปรุงรสและซอสปรุงรส รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารปรุงสุกพร้อมทาน (Ready-to-eat) ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้าทั้งหมด นอกจากนี้ ยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ (By-product) จากการแปรรูปปลาทูน่า เช่น ผลิตภัณฑ์ปลาป่น ผลิตภัณฑ์น้ำนึ่งปลา และผลิตภัณฑ์น้ำมันปลา เป็นต้น


บริษัทฯ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านวัตถุดิบและสูตรการผลิตจนเป็นที่ยอมรับของลูกค้า ส่งผลให้ได้รับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบพรีเมี่ยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้ขยายกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยได้เพิ่มกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกจาก 25,000 ตันต่อปีในปี 2560 เพิ่มเป็น 42,000 ตันต่อปี ในปัจจุบัน และวางเป้าเพิ่มอีก 2 เท่าตัวในช่วง 3-4 ปีนับจากนี้ เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


นอกจากนี้ในประเทศจีนยังมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในประเทศจีน เพื่อรองรับการขยายตลาด ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในยุโรป โดยในยุโรป แม้ปัจจุบันสถานการณ์ไม่แน่นอน แต่บริษัทยังไม่มีผลกระทบ ลูกค้ายังมีการสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง


พร้อมกันนี้ AAI ยังมีเป้าหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ของตนเอง ด้วยศักยภาพในฐานะผู้ผลิตอาหารและอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกรายใหญ่ของประเทศไทย ให้ผลิตภัณฑ์ของตนเองดังกล่าวเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง โดยได้เริ่มต้นจากการเข้าไปทำการตลาดทั้งในประเทศไทยและประเทศจีน เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาแบรนด์สู่ระดับสากล


สำหรับอุสาหกกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงในตลาดโลกมีการเติบโตต่อเนื่องทุกปี ล่าสุดปี 2564 มีมูลค่าที่ 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเฉลี่ย 8.6% โดยแนวโน้มในช่วงปี 2564-2572 ยังมีการประเมินจะเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 5%ต่อปี เนื่องจากประชากรเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น มีบุตรน้อยลง ทำให้นำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเป็นสมาชิกมากขึ้น โดยตลาดผู้ส่งออกหลัก คือ เยอรมัน และสหรัฐอเมริกา ส่วนไทยเป็นอันดับ 3 ของตลาดผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง มองปี 2565-66 ไทยจะก้าวขึ้นสู่ 2 อันดับแรก ส่วนตลาดในประเทศมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยง 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาหารสัตว์เลี้ยงประมาณ 2 หมื่นล้านบาท มีเทรนด์การเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันกับต่างประเทศ


นางสาววรัญรัชต์ อัสสานุพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงิน บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทประเมินว่าจะสามารถนำ AAI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงไตรมาส 4/65


โดยบริษัทฯ มีกลยุทธ์ขยายตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเข้าสู่กลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถการแข่งขันในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและรักษาอัตรากำไรในระยะยาว โดยได้พัฒนาแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงของตนเองขึ้นหลากหลายแบรนด์ เพื่อให้มีผลิตภัณฑ์ครบทุกประเภทและครอบคลุมความต้องการของกลุ่มลูกค้าในทุกตลาดย่อย (Market Segment) ทั้งอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ด และขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง


บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ผ่านแผนการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ผลิตภัณฑ์ (Brand Awareness) และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ (Brand Image) ให้แก่ผู้บริโภคในวงกว้าง โดยเฉพาะตลาดภายในประเทศ ควบคู่ไปกับการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายโดยเน้นการขยายตลาดผ่านร้านค้าสัตว์เลี้ยงและโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ รวมทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์อีคอมเมริช


ทั้งนี้ ด้วยความสามารถในการวิจัยและพัฒนาของบริษัทฯ และความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ร่วมกับกลยุทธ์ที่มุ่งยกระดับสถานะของบริษัทฯ จากการเป็นผู้ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Co-developer) กลายเป็นคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้า ประกอบกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง


โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 3,588 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 4,985 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 18% ต่อปี ซึ่งรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามความสำเร็จในการปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงแบบพรีเมี่ยม และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 168 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 639 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 95% ต่อปี

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Fund Move
“ก.คลัง”...เตรียมเปิดขาย “บอนด์ ออมพลัส” ล็อตแรก 4,000 ล้านบาท ก.ค. นี้
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
โผล่อีกราย! MAJOR จี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบ ปมผู้ยื่นแบบ 246-2 อ้างถือหุ้น 9.99% ชี้ข้อมูลไม่สอดคล้องข้อเท็จจริงบริษัท
Updated 22 hours ago
Fund Move
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อจัดทำกฎกระทรวง เพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และมีข้อมูลวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. แจงปมหุ้น TRUE ยืนยันยื่นแบบ 246-2 แล้ว ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น สั่งลุยเช็กความถูกต้องเชิงลึก
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ส่องมุมมอง 3 หุ้นเทคระดับโลก ใครถูกอัปเกรด ใครถูกหั่นคำแนะนำ?
Updated 6 hours ago
Follow Us