รวมสุดยอด 8 หุ้นเด่น ธีม “Defensive Stocks” ที่นักวิเคราะห์แนะนำ!
หลังจากที่ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยอยู่ในสภาวะที่ผันผวนและแกว่งตัวออกด้านข้างในทิศทางขาลง (Sideway down) จึงทำให้นักวิเคราะห์หลายแห่งแนะนำกลยุทธ์เพื่อลงทุนให้กับนักลงทุน โดยเลือกกลุ่มหุ้นที่ Defensive Stocks หรือหุ้นที่มีความผันผวนต่ำ ซึ่งเวลาหุ้นขึ้นก็จะขึ้นได้ดีกว่าตลาด และเวลาที่ลงก็จะลงน้อยกว่าตลาด โดยหุ้นที่เป็นประเภท Defensive Stocks จะอยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันไป
ดังนั้นจึงทำให้ในครั้งนี้ Wealthy Thai ได้รวบรวมหุ้นที่เป็น Defensive Stocks ที่เป็น Top Pick จากคำแนะนำของนักวิเคราะห์มาให้กับนักลงทุนเพื่อเป็นการพิจารณาแนวทางการลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนและเป็นทิศทางขาลงเช่นนี้ โดยหุ้น Defensive Stocks ที่นักวิเคราะห์เลือกมานั้นจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงพยาบาลและกลุ่มไอซีที ประเภทธุรกิจสื่อสาร ซึ่งนักวิเคราะห์ให้เหตุผลว่าหุ้นเหล่านี้มักจะทนต่อความผันผวน และธุรกิจสร้างกระแสเงินสด
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ยกให้ RATCH-INTUCH-BBL เด่น
โดยเริ่มกันที่นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ยกให้หุ้น RATCH-INTUCH-BBL เป็นหุ้น Top Pick ในธีมการลงทุนหุ้นกลุ่ม Defensive Stocks โดยกลุ่มหุ้นดังกล่าวเป็นหุ้นที่นักลงทุนไม่ได้ซื้อมาเยอะก่อนหน้านี้ เพราะถ้า Fund Flow ผันผวนเข้าออกก่อนผลประชุมเฟดก็จะไม่กระทบหุ้นในกลุ่มนี้ และค่า P/BV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง
ทั้งนี้นักวิเคราะห์มองว่า RATCH ประเด็น Overhang ต่อราคาหุ้น ถูกปลดล็อกแล้ว หลังผ่านพ้นกระบวนการเพิ่มทุนแล้วในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทเข้าสู่เฟสการเติบโตของกำไรจากแผนลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ซึ่งคาดแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/65 เติบโตจากปีก่อน และเติบโตจากไตรมาส 1/65 จากการกลับมาเดินเครื่องอีกครั้งของโรงไฟฟ้าหงสา และคาดปี 66 จะรับรู้ผลประโยชน์เต็มปีจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน Paiton ในอินโดนีเซีย คาดปันผลครึ่งแรกปี 65 ที่หุ้นละ 1.15 บาท ให้ อัตราผลตอบแทน 3%
ส่วน INTUCH ประเมินว่าหุ้นกลุ่มสื่อสารเป็นที่พักเงินได้ดี เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มผันผวนขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน มิ.ย.ที่จะรายงานในวันพุธนี้ แต่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการในวันหยุด ซึ่งมีการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะกลางถึงยาวของ ADVANC ทั้งธุรกิจมือถือ, Internet Broadband และกำลังเข้าสู่ธุรกิจ Data Center เป็นบวกต่อ INTUCH ในฐานะบริษัทแม่ คาดเงินปันผลครึ่งปีแรก ที่หุ้นละ 1.20 บาท ให้ผลตอบแทนที่ 1.7%
“ประกิต” เคาะเลือก AOT-BDMS สุดเด่น
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด แนะนำหุ้น AOT และ BDMS ให้เป็นสุดยอดหุ้นในกลุ่ม Defensive Stocks เพราะมองว่าหุ้นในกลุ่มดังกล่าวจะเป็นสุดยอด Defensive Stocks ได้นั้นธุรกิจจะต้องสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ
โดยเหตุผลที่ AOT เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส covid-19 คลี่คลายลงแล้ว และมาตรการที่ช่วยเหลือให้กับผู้ประกอบการในสนามบินเริ่มหมดไป รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นโดยภาพรวมจะทำให้ให้ผลประกอบการเริ่มสู่สภาวะปกติ และถือเป็นหุ้นที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง
ขณะที่ BDMS ถือเป็นหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลที่ได้รับประโยชน์จากผู้ป่วยต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย จึงส่งผลให้แนวโน้มธุรกิจจะมีตัวช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจ
บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ชี้ AOT-BH เป็น Top Pick
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เลือกกลุ่มท่องเที่ยวและโรงพยาบาล โดยเลือกหุ้นขนาดใหญ่อย่าง AOT โดยมองว่าในช่วงครึ่งปีหลังตัวเลขนักท่องเที่ยวจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีจุดซื้อ 68 บาทแนวรับแรก 65 บาท ราคาเป้าหมาย 80 บาท
ขณะที่หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล ถึงแม้ว่าในรอบนี้จะมีการระบาดของไวรัส covid-19 สายพันธุ์ย่อย ซึ่งจะรับรู้รายได้จากประกันสังคมแบบได้ไม่เต็มที่ แต่ยังเลือกโรงพยาบาลขนาดใหญ่อย่าง BH ถึงแม้ว่าราคาหุ้นอาจจะเต็มมูลค่าแล้ว แต่ต้องจับตารอดูงบไตรมาส 2/65 ถ้าออกมาดีกว่าคาดการณ์จะปรับเป้าหมาย แต่ในขณะนี้สามารถ ซื้อเก็งกำไรได้ที่ระดับ 200 บาท
บล.เอเซีย พลัส “เชียร์” BDMS-TRUE
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด แนะนำหุ้น BDMS มองว่า ภาพของธุรกิจโรงพยาบาลเป็นธุรกิจที่รองรับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจไม่ว่าจะขาขึ้นหรือขาลง และโครงสร้างประชากรกำลังเข้าสู่ช่วงสังคมผู้สูงอายุ และการเปิดประเทศ ส่วนหนึ่งมีลูกค้าจากต่างประเทศอยู่พอสมควร
ขณะเดียวกัน แนะนำ TRUE โดยให้เหตุผลว่าถ้าเกิดการควบรวมกับ DTAC จะเกิดภาพรวมทางธุรกิจที่เติบโตขึ้น โดยมีราคาการทำเทนเดอร์ซึ่งเป็นราคาที่กำจัด Down side ของหุ้น ซึ่งหุ้น TRUE มีราคาเทนเดอร์ที่ 5.09 บาท ถ้ามองราคาเป้าหมายที่ทำไว้อยู่ที่ 5.70 บาท จึงทำให้มีอัพไซด์เปิดกว้าง แนวรับ 4.60 บาท
ADVANC-EGCO หุ้นเด่น Defensive
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า สำหรับหุ้น Top Pick ในกลุ่ม Defensive Stocks เลือก ADVANC กับ EGCO โดยให้เหตุผลว่า ADVANC ถือเป็นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลดี และไม่ต้องกังวลเรื่องดีลการควบรวม รวมถึงจะได้แรงหนุนจากผู้บริโภคที่ฟื้นตัวขึ้นจากยอดผู้ใช้บริการ 5G
ขณะที่ EGCO ถือเป็นหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงเยอะ และหุ้นกลับมามีความน่าสนใจ เพราะราคาผลตอบแทนพันธบัตร 10ปีของสหรัฐอยู่ที่ 3% ซึ่งเมื่อเทียบกับ EGCO ที่อยู่ในระดับ 3.50% ทำให้หุ้นมีความน่าสนใจ ขณะเดียวกันเป็นหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบในด้านของต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

