KCE ราคาตั้งแต่ต้นร่วงว่า 37.78% โบรกเกอร์ ยังเชียรให้ “ซื้อ” แต่กลับปรับราคาเป้าหมายลดลง !!

อีกหนึ่งหุ้นที่ได้รับความนิยมและความน่าสนใจจากนักลงทุนอย่าง บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ด้วยตัวธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ไปยังตลาดทั่วโลก


แต่ดูเหมือนหุ้นแห่งความหวังนี้ก็ได้ทำให้นักลงทุนหลายต่อหลายคนต้องผิดหวัง เพราะราคาหุ้นมีการปรับตัวลงอย่างน่าหายใจโดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ราคาได้ลงมาอยู่ที่ 54.75 บาทหรือปรับตัวลดลงว่า 37.78%


ซึ่งข้อสงสัยของการปรับตัวลงในครั้งนี้ก็ได้เกิดเป็นคำถามขึ้นว่า จะยังสามารถแสวงหาผลตอบแทนหรือจะต้องรอในจังหวะที่เหมาะสมกันแน่


ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็จะขอพานักลงทุนที่สนใจและผู้อ่านไปหาคำตอบพร้อมกันผ่านผู้เชี่ยวชาญที่จะให้มุมมองและคำแนะนำการลงทุนกันในครั้งนี้


โดยบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ยังคงให้คำแนะนำไว้ว่า "ซื้อ" แต่ลดมูลค่าพื้นฐานลง 11% เป็น 85 บาท สาเหตุที่ลดมูลค่าพื้นฐาน 1 ปีลง เพราะการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งปีแรกไปกระทบกำไรสุทธิปี 65 บวกกับการลดมุมมองเชิงบวกต่อรายได้ลง


สำหรับกำไรสุทธิได้มีปรับลดประมาณการปี 65 ลง 9% ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีแต่อาจไม่ดีเท่าปีก่อนหน้านี้ และเพื่อเป็นการสะท้อนถึงการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นและการเติบโตของรายได้ลงจึงได้ปรับลดมูลค่าหุ้นลงตาม  แต่อย่างไรก็ดีคาดการณ์ทิศทางกำไรจะฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/65 ทำให้ตอนนี้คือโอกาสที่ดีในการเข้าสะสมหุ้นเพราะมีระดับราคาน่าดึงดูด


ฟากบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ให้คำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 65 ที่82.50 บาทต่อหุ้น เนื่องจาก KCE มีประเด็นการขยายกำลังการผลิตขนาดใหญ่ในช่วง 1 ปีจากนี้ทำให้หุ้นสมควรถูกซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่ในระยะสั้นยังไม่มีประเด็นหนุน ทำให้หุ้นต้องรอเวลาการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งปีหลังก่อนปรับขึ้นรอบใหม่


ซึ่งแนวโน้มตั้งแต่ไตรมาส 2/65 ได้มีการติดตั้งเครื่องจักรใหม่มีอัตราการผลิตอยู่ที่ราว 80% และน่าจะค่อยๆ ดีขึ้น โดยผู้บริหารได้ให้แนวโน้ม(KCE Guidance) ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/65-3/65 คาดว่าไตรมาส 2/65 เพิ่มขึ้นได้อีกราว 6 ล้านเหรียญ และในไตรมาส 3/65 อีกราว 6 ล้านเหรียญ


แต่ในด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะต้องค่อยๆ ปรับปรุงสายการผลิตส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจะค่อยๆ ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าไปที่ระดับ 25% ในไตรมาส 2/65 และสูงกว่านั้นในไตรมาส 3/65 แต่การจะกลับไปที่ระดับ 30% ต้องใช้เวลาในการปรับปรุงสายการผลิตใหม่ให้มีประสิทธิภาพเต็มที่ก่อน

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม