นักวิเคราะห์ คาด “เพโลซี” เยือนไต้หวัน จุดไฟสงครามการค้าจีน-สหรัฐ จับตาทำเงินไหลออกหุ้นไทย 1 แสนล้านบาท
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า การเดินทางมาเยือนไต้หวันของแนนซี เพโลซี ประธานสภาสหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการเจรจาสงครามการค้ากำแพงภาษีระหว่างสหรัฐกับจีน ขณะเดียวกันจะต้องรอดูรายละเอียดของการเจรจาระหว่างสหรัฐกับจีนในรอบใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ประเด็นการมาเยือนดังกล่าวจะเป็น sentiment เชิงลบในระยะสั้นต่อบรรยากาศการลงทุน
อย่างไรก็ตามจะต้องจับตาดูมาตรการและผลกระทบที่ตอบโต้จากทางการจีน ขณะเดียวกันหากไม่มีมาตรการที่รุนแรง หรือความเสี่ยงทางด้านนโยบายต่างๆ ก็จะส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะเดียวกันมองว่าในช่วงระยะสั้นกระแส Fund Flow อาจจะยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทยเพราะเศรษฐกิจของไทยกำลังฟื้นตัวขึ้นดีกว่า เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศภูมิภาคอื่นๆ
ขณะที่บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่าความกังวลความขัดแย้งสหรัฐกับจีนกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจ หากประเด็นดังกล่าวยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ประเด็นการยกเลิกกำแพงภาษียืดเยื้อออกไปได้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นมีโอกาสพลิกกลับมาผันผวนอีกครั้ง
โดย ฝ่ายวิจัยฯ จึงทำการศึกษาในเชิงเปรียบเทียบ เพื่อการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว ในช่วงที่ตลาดเกิดแรงกดดันจากการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐในทุกๆรอบ กดดัน SET Index มีการปรับฐานเฉลี่ยราว -10% ต่อรอบ มีรายละเอียดดังนี้
- การขึ้นภาษีรอบที่ 1 – 2 วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท (กดดันตลาดเดือน พ.ค. - มิ.ย.61) SET Index ปรับตัวลงเฉลี่ย -10.4%- การขึ้นภาษีรอบที่ 3 วงเงิน 2.0 แสนล้านบาท (กดดันตลาดเดือน ต.ค. - ธ.ค.61) SET Index ปรับตัวลงเฉลี่ย -11%
- การขึ้นภาษีรอบที่ 4 วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท (กดดันตลาดเดือน ส.ค. - ธ.ค.62) SET Index ปรับตัวลงเฉลี่ย -8.1%
พร้อมกับ Fund Flow ที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยในระดับเกือบ 8 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสนล้านบาท/รอบ และหากพิจารณาเป็นราย Sector พบว่า หลายๆ Sector ส่วนใหญ่ถูกกดดันแรงกว่าตลาด แต่ยังมีกลุ่มที่ Outperform อยู่ อาทิ HELTH, TRANS, BANK, FIN เป็นต้น
