TGE เคาะIPO 2.00 บาท เปิดจองผ่าน 5 โบรกเกอร์ วันที่ 9-11 ส.ค. นี้ พร้อมดันกำลังผลิตไฟฟ้าทะลุ 200 MW
TGE เคาะราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 2.00 บาท เปิดจองซื้อวันที่ 9 – 11 ส.ค. 2565 ผ่าน 5 บริษัทหลักทรัพย์ คาดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 19 ส.ค. นี้ พร้อมสร้างการเติบโตตามเทรนด์พลังงานสะอาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้าหมายมีกำลังผลิตมากกว่า 200 MW ในปี 2575
นางรัชดา เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGE กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 600 ล้านบาท ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นหุ้น IPO ที่ 2 บาทต่อหุ้น และจะเปิดให้จองซื้อในวันที่ 9 – 11 ส.ค. 2565 โดยมีบล.เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และ บล.เคจีไอ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้ร่วมการจัดจำหน่าย ร่วมด้วย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง, บล.ทรีนิตี้ และบล.พาย คาดจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 19 ส.ค. 65
โดยราคาหุ้น IPO ที่ 2.00 บาทต่อหุ้น เป็นราคาที่เหมาะสมและสะท้อนปัจจัยพื้นฐานของบริษัท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) เท่ากับ 15.3 เท่า ซึ่งภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ P/E Ratio ของบริษัทจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 21 เท่า ถือเป็นระดับที่ยังต่ำกว่าบริษัทที่ประกอบกับธุรกิจคล้ายกันที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีค่าเฉลี่ย P/E Ratio ประมาณ 28.2 เท่า ทั้งนี้ การประเมินมูลค่าดังกล่าวข้างต้นยังไม่รวมมูลค่าโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่บริษัทจะเข้าร่วมประมูลเพิ่มอีก 4 โครงการ
ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ประมาณ 1,200 ล้านบาท บริษัทจะใช้เป็นเงินลงทุนเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน จังหวัดสระแก้ว, โรงไฟฟ้าขยะชุมชน จังหวัดราชบุรี และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน จังหวัดชุมพร ภายใน ปี 2565 – 2567 ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินภายในปี 2565 – 2566 และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของภายในปี 2565 – 2567
“TGE มีความมั่นคงด้านวัตถุติบ และมีความได้เปรียบด้านต้นทุนจาก Group Synergies มีการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัย รวมถึงมีกระแสเงินสดและอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง โดยมี EBITDA Margin เฉลี่ย 47% และ Net Profit Margin เฉลี่ย 25% สูงกว่าผู้ประกอบการอื่นในธุรกิจเดียวกัน”
สำหรับแผนการดำเนินงาน ดร.ศักดิ์ดา ศิริภัทรโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TGE กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลที่เปิดดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 3 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้า TGE, TPG และ TBP ในอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำลังการผลิตติดตั้งรวม 29.7 MW และปริมาณไฟฟ้าเสนอขายกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตามสัญญาระยะยาวรวม 20.3 MW
ทั้งนี้ บริษัทมีโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอีก 3 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้า TES SKW จังหวัดสระแก้ว, โรงไฟฟ้า TES RBR จังหวัดราชบุรี และโรงไฟฟ้า TES CPN จังหวัดชุมพร ซึ่งได้รับเลือกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แล้ว และอยู่ระหว่างพัฒนา โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 22 MW และปริมาณไฟฟ้าที่เสนอขายตามสัญญารวมประมาณ 16 MW คาดว่าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะออกระเบียบรับซื้อไฟฟ้าและทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในไตรมาส 1/2565 และเริ่ม COD ได้ภายในปี 2567 ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมเพิ่มเป็น 51.7 MW และมีปริมาณไฟฟ้าเสนอขายกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวม 36.3 MW
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนกับ อปท. เพิ่มเติมอีก 4 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้า TES PRI จ.ปราจีนบุรี, โรงไฟฟ้า TES CNT จ.ชัยนาท, โรงไฟฟ้า TES UBN จ.อุบลราชธานี และโรงไฟฟ้า TES TCN จ.สมุทรสาคร โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 37.7 MW คาดจะเห็นความชัดเจนของการประมูลโครงการจำนวน 2 โครงการในไตรมาส 3/65 และอีก 2 โครงการในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าจะได้รับเลือกจาก อปท. ที่เกี่ยวข้องให้เป็นผู้ร่วมลงทุน โดยคาดว่าหากบริษัทได้รับคัดเลือกเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนทั้ง 4 โครงการ จะส่งผลให้ 4 ปีข้างหน้า ภายหลังทั้ง 4 โครงการ COD แล้ว จะทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 90 MW
ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายระยะยาวจะมีกำลังผลิตติดตั้งมากกว่า 200 MW ภายในปี 2575 ซึ่งจะมาจากการขยายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภทต่างๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังน้ำ พลังงานชีวมวล ก๊าซชีวภาพ และพลังงานจากขยะ ควบคู่ไปกับแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
