TIDLOR จากต้นปีร่วง 16.44% แต่เป็นโอกาสลงทุน กำไรเติบโตดีแถมมีอัพไซด์ 30 %

หุ้นบริษัทสินเชื่อเป็นหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอันดับต้นในแวดวงการลงทุน ซึ่งแน่นอนหากพูดถึงบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ก็มีนักลงทุนไม่น้อยที่ได้เข้าหาผลตอบแทน


จึงเป็นหุ้นที่แบกความคาดหวังจากนักลงทุนได้สมควร แต่ด้วยราคาในปัจจุบันที่จากต้นปีมานั้นมีการปรับตัวลดลงถึง 16.44%หรือราคาลงมาอยู่ที่ 30.50 บาท จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว


แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสอยู่เสมอด้วยราคาที่ปรับตัวลดลงก็มีนักลงทุนตั้งข้อสงสัยขึ้นว่าจะเป็นโอกาสการลงทุนหรือไม่ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงขอพาผู้อ่านและนักลงทุนไปไขข้อสงสัยกันในครั้งนี้


โดยนักวิเคราะห์จากบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)  ให้คำแนะนำว่าเป็นโอกาส “ซื้อ”ด้วยอัพไซด์อีก 31% จากความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่นโดยคาดปีนี้จะมีผลประกอบการที่ทำสถิติใหม่สูงสุดต่อเนื่อง ประกอบกับยังมีความระมัดระวังตัวเลข Coverage ratio ที่สูงสุดในระบบถึง 270% โดยมีแผนเพิ่มเงินสำรอง


แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงจะมีหนี้เสียมากขึ้นและแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นที่จะกระทบต่อส่วนต่างโดยมีการปรับ Long term ROE ลงจาก 18% เหลือ 17% ขณะที่คงสมมติฐาน COE และ LT Growth ตามเดิมที่ 11% และ 9% ตามลำดับ จึงได้มีการปรับราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 40 บาท


สำหรับแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อในช่วงครึ่งปีหลังยังไปต่อตามเป้าหมายทั้งปี 65 ที่จะเติบโต 20-25% ภายใต้การสนับสนุนของเป้าหมายการเพิ่ม 300 สาขา ซึ่งในปีนี้มีโอกาสที่จะเพิ่มได้มากกว่า 300 สาขาได้ ขณะเดียวกันเป้าหมายการเติบโตของบัตรติดล้อจากเดิมโต 24-25% ปรับเป็น 23-28%


ด้านคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 65 คาดว่าจะเติบโตจากปีก่อนได้ 18.8% ซึ่งจะสถิติใหม่สูงสุดอีกปี โดยกำไรในช่วงครึ่งปีแรกถือว่าดีกว่าคาดเล็กน้อย โดยคิดเป็น 51% ของประมาณการกำไรทั้งปี ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจะเป็นตัวช่วยสนับสนุน แต่คาดว่า NPL จะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


แต่อย่างไรก็คงยังต้องมีปัจจัยที่จะต้องจับตามองว่าวิกฤติราคาน้ำมันแพง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก จะกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนและภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงต่อไป รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นยังเป็นปัจจัยท้าทายต่อการเติบโตในอนาคต  


ฟากนักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส   ได้ให้มุมมองว่า ราคาหุ้นได้มีการปรับฐานไปกว่า 20% ในรอบ 5 เดือนซึ่งสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและภาวะเงินเฟ้อไปมากแล้ว จึงเป็นโอกาส “เข้าซื้อ” และให้ราคาเป้าหมายที่ 42.00 บาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจปี 2565


สำหรับแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะดีต่อเนื่อง โดยกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 จะยังดีต่อเนื่องจากไตรมาส 2/65 และเติบโตช่วงเดียวกันปีก่อน จากแนวโน้มสินเชื่อและรายได้ค่านายหน้าประกันภัยเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าแนวโน้มการตั้งสำรองหนี้สูญฯ ที่จะเพิ่มขึ้นบ้างจากภาวะเงินเฟ้อในไตรมาส 3/65


ซึ่งแนวโน้มสินเชื่อและรายได้นายหน้าประกันภัยที่เติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้มการขยายสาขากว่า 300 สาขาในปี 2565 และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากการกลับมาใกล้เคียงปกติมากขึ้นจึงประเมินว่ากำไรสุทธิปี 2565 จะเติบโตจากปีก่อนได้ 23%

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม

Most Viewed
Stock of the Day
กรมศุลกากร ทรานส์ฟอร์ม สู่ NEXT DRIVE CUSTOMS สลัดภาพ "บ้านผีสิง" สู่ "Modern House" หนุนมูลค่าการค้าไทยแตะ 27 ล้านล้านบาท
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กรกฎา-ปีมะเมีย” เกาะเทรนด์ “AI Megatrend”… ชู 2 ธีมเด่น “หุ้นเกาหลีใต้-Semiconductor” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
Updated 1 day ago
Fund Move
“ก.คลัง”...เตรียมเปิดขาย “บอนด์ ออมพลัส” ล็อตแรก 4,000 ล้านบาท ก.ค. นี้
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
โผล่อีกราย! MAJOR จี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบ ปมผู้ยื่นแบบ 246-2 อ้างถือหุ้น 9.99% ชี้ข้อมูลไม่สอดคล้องข้อเท็จจริงบริษัท
Updated 13 hours ago
Stock of the Day
หุ้นหมู-ไก่คึกคัก รับราคาเนื้อสัตว์ฟื้น ฟากโบรกฯ ยังคงมุมมอง Bearish ชี้ราคาเฉลี่ยต่ำ-ต้นทุนสูงกดมาร์จิ้น
Updated 1 day ago
Follow Us