DELTA ผลงานครึ่งปีหลังดีต่อเนื่อง รับออเดอร์ลูกค้า Data Center-ยานยนต์ไฟฟ้าแน่น กูรูชี้! ราคาหุ้นอาจวิ่งถึง 1,000 บาท
บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA หนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนกำลังสงสัยว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรงจนติดลมบนแบบนี้จะสามารถวิ่งต่อไปได้อีกไกลแค่ไหน และปัจจัยพื้นฐานของ DELTA เองนั้นจะช่วยสนับสนุนราคาหุ้นได้หรือไม่ Wealthy Thai จึงได้รวบรวมความเห็นจากนักวิเคราะห์ ที่พูดถึงปัจจัยพื้นฐาน รวมถึงวิเคราะห์ราคาเป้าหมายพร้อมกับกำหนดคำแนะนำ รายละเอียดจะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า DELTA รายงานกำไรหลักไตรมาส 2/65 ที่ 3.9 พันล้านบาท เติบโต 174% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 74% จากไตรมาส 1/65 ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาด้านอุปทาน แต่ DELTA สามารถบริหารจัดการคลังวัตถุดิบได้อย่างดี
ในไตรมาส 3/65 อุปสงค์ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวกับ data center ซึ่งต่อเนื่องมาจากในไตรมาส 2/65 ดังนั้นโดยรวมแล้วยอดขายในไตรมาส 3/65 จะยังคงแข็งแกร่งเหมือนในไตรมาส 2/65 โดยรวมคาดกำไรหลักจะเติบโต 200% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จะทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/65
ทั้งนี้กำไรหลักครึ่งแรกของปี 2565 ของ DELTA คิดเป็น 54% ของประมาณการกำไรทั้งปีของตลาดที่ 1.1 หมื่นล้านบาท (เทียบกับประมาณการกำไรของเราที่ 1.3 หมื่นล้านบาท) โดยปกติกำไรในครึ่งหลังของปีจะสูงกว่าครึ่งแรกของปี ดังนั้นเราคาดจะเห็นการปรับขึ้นประมาณการกำไรจากตลาดอีกราว 20% ในอนาคตอันใกล้
หากราคาวิ่งเกิน 690 บาท ขายทำกำไร
แม้ว่าฝ่ายวิจัยประมาณการการเติบโตของกำไรหลักของ DELTA ที่ 115% ในปี 2565 ซึ่งคล้ายกับปี 2563 แต่ไม่คิดว่ามูลค่าหุ้นจะปรับตัวขึ้นแรง เหมือนกับปี 2563 ในปัจจุบัน PER ในระดับที่สมเหตุสมผลอยู่ที่ราวๆสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (ค่าเฉลี่ย PER ของกลุ่มเทคโนโลยี) หรือที่ราว 49 เท่า ซึ่งจะหมายถึงราคาหุ้น DELTA ที่ 520 บาท
แต่บนสมมุติฐานกรณีที่ดีที่สุดของฝ่ายวิจัย หรือซื้อขายบนระดับ 3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (PER ที่ 65 เท่า) สูงกว่าค่าเฉลี่ย (PER ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางตัวที่ขึ้นไปเทรด) ดังนั้นเราจึงยังคงแนะนำให้นักลงทุน ถือ ไปจนถึงราคาราว 690 บาท ซึ่งหากราคาปรับตัวขึ้นเกินกว่า 690 บาทจะเป็นเวลาที่ดีสำหรับการขายทำกำไร
ทั้งนี้ ในปี 2563 ราคาหุ้น DELTA พุ่งขึ้นถึง 1,400% ในปีนั้นจนไปทำสถิติสูงสุดที่ 838 บาท (5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานหรือ PER ที่ 95 เท่า) ทั้งนี้นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเพียง 24% ทำไมบริษัทถึงไม่น่าจะกลับไปซื้อขายอย่างดุเดือดเหมือนกับปี 2563 อีกครั้ง? โดยในช่วงปี 2563 หลายบริษัทได้รับผลกระทบจากโควิด อย่างไรก็ตาม DELTA เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่เติบโตในช่วงนั้น ทั้งนี้บริษัทจึงได้รับพรีเมียมจากการไม่มีทางเลือก
แต่ในปี 2565 หลายบริษัทกำลังฟื้นตัวและรายงานการเติบโตของกำไรที่มากกว่า 100% ดังนั้น 5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจึงดูเป็นไปได้ยากสำหรับฝ่ายวิจัย แต่หากบริษัทกลับไปซื้อขายที่ 5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจริง ราคาหุ้น DELTA จะอยู่ที่ราว 1,000 บาท
ด้านของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด ก็มีมุมมองในเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจของ DELTA ในช่วงไตรมาส 3/65 ด้วยเช่นกัน โดยมองว่ากำไรสุทธิยังมีแนวโน้มโตดี เพราะค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามากและต้นทุนถูกลงของวัตถุดิบกลุ่มรถยนต์ใน
ทั้งนี้คาดกำไรสุทธิไตรมาส3/65 จะอยู่ที่ 3,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211% โดยคาดยอดขายในรูปดอลลาร์จะเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะคำสั่งซื้อยังดีทุกกลุ่ม ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น ที่จะอยู่ในระดับ 24% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เพราะมาร์จิ้นสูงจาก Data center เติบโต และยอดขาย DC fan มีการผลิตมากขึ้นในกลุ่มรถยนต์เติบโต

