AAI บริษัทอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของไทย ผู้ท้าชิงส่วนแบ่งการตลาด 3.9 ล้านล้านบาท

ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกับการเติบโตสู่ 5.9 ล้านล้านบาท

ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงกำลังเป็น "คลื่นลูกใหม่ของการเติบโตทั่วโลก ซึ่งบรรดาผู้คนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงานั้นมีมากขึ้น และคนเหล่านี้พร้อมที่จะจ่ายเงินที่มากกว่า เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของตนนั้นมีอาหารที่ดี มีอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ดี


การเติบโตนี้สะท้อนได้จากการสำรวจของ Fortune Business Insights ได้ทำการวิจัยโดยแสดงให้เห็นว่า ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของโลกมีมูลค่า 110,529.45 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 3.95 ล้านล้านบาท (อ้างอิงค่าเงินบาท ณ วันที่ 25 .. 65 ที่อัตราแลกเปลี่ยน 35.815 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2564 เพิ่มขึ้นจาก 86,357.56 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐหรือระดับ 3.09 ล้านล้านบาท  ในปี 2561 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 8.57% ต่อปี


บทวิจัยดังกล่าวได้คาดการณ์แนวโน้มตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของโลกว่าจะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเป็น 163,703.58 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่า 5.86 ล้านล้านบาท  ในปี 2572 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 5.03% ต่อปีจากมูลค่าในปี 2564


ส่วนสำคัญที่ทำให้ตลาดของอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโต ได้แก่ การที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไป ประชากรมีการแต่งงานช้าลง ครอบครัวมีขนาดเล็กลง มีบุตรน้อยลง หรือไม่มีบุตร ทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นทางเลือกในการคลายเหงา ในขณะที่ความรู้ด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยงและสุขภาพสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น ทำให้เจ้าของเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงมากขึ้นด้วย นอกจากนี้การแพร่ระบาดของ Covid-19 ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้ผู้คนตัดสินใจเลือกที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น


การเติบโตของอาหารสัตว์เลี้ยงในระดับโลก ส่งผลดีต่อธุรกิจในประเทศไทยด้วย โดยที่ผ่านมาประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับที่ 3 ของโลก โดยปี 2564 ประเทศไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไปยังต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่า 2,048.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 9.74% เป็นรองเพียง ประเทศเยอรมนี อันดับที่ 1 ที่มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2,655.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 12.63% และประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับที่ 2 มีมูลค่า 2,071.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 9.85%


การที่ประเทศไทยเป็นผู้เล่นรายใหญ่ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะใช้ความได้เปรียบในด้านการแข่งขัน โดยเฉพาะในบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ โดยบริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่น และกำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


AAI เป็นหนึ่งในผู้รับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก (Wet Pet Food) และอาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก (Human Food) ชั้นนำของประเทศ โดยมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมานานกว่า 15 ปี   โดย AAI นั้นเป็นบริษัทลูกของ บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN ผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง ทูน่า และอาหารสัตว์น้ำ


AAI มีผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มสำคัญ

1)  ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) สำหรับสุนัขและแมว ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ด ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า หรือ OEM และเริ่มมีแบรนด์ของตนเอง ได้แก่ แบรนด์มองชู (monchou) และแบรนด์มาเรีย (Maria) เจาะกลุ่มลูกค้าในตลาดสินค้าพรีเมียม แบรนด์มองชู บาลานซ์ (monchou balanced) และแบรนด์ฮาจิโกะ (Hajiko) เจาะกลุ่มลูกค้าในตลาดมวลชน และ แบรนด์โปร (Pro) เจาะกลุ่มลูกค้าโดยเน้นการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก   


2) ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานบรรจุภาชนะปิดผนึก (Human Food) ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าในน้ำปรุงรสและซอสปรุงรส รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารปรุงสุกพร้อมทาน (Ready-to-eat) ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า หรือ OEM  


เติบโตแข็งแกร่ง เพราะเราใส่ใจ…Deliver with Care”กลยุทธ์ในการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ AAI เริ่มจากการเป็น Co-developer ที่สามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้กับลูกค้าเจ้าของแบรนด์ได้ ทำให้ AAI เติบโตแม้ว่าธุรกิจหลักจะเป็นการรับจ้างผลิตหรือ OEM ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะความชำนาญในการผลิต และการปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตให้สามารถผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพในต้นทุนที่แข่งขันได้


นอกจากนี้ AAI ยังกำหนดกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงของตนเองขึ้นให้ครอบคลุมทุกกลุ่มตลาด เช่น แบรนด์มองชู (monchou) แบรนด์ฮาจิโกะ (Hajiko) เป็นต้น และเร่งสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ผลิตภัณฑ์ (Brand Awareness) เพื่อให้ยึดครองตลาดไว้ได้ ซึ่งหลายผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีความประณีตในการผลิต จนหากไม่บอกไม่ทราบเลยว่า นี่คือ อาหารสัตว์เลี้ยง


การสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับบริษัท เพราะจะช่วยสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ทำให้บริษัทเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้ด้วยตนเอง ทั้งยังช่วยให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวอีกด้วย


(ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ AAI)



การเติบโตของ AAI นั้นก้าวกระโดดอย่างมีนัยสำคัญ โดย AAI รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 3,588.35 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 4,985.49 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 17.87% ต่อปี และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 167.69 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 639.01 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 95.21% ต่อปี พิสูจน์ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงของบริษัทได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา AAI มีรายได้จากประเทศสหรัฐอเมริกา 2,604.05 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52.23 % ของรายได้จากการขายรวม สหราชอาณาจักร ทำรายได้ 848.54 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 17.02 % ของรายได้จากการขายรวม ประเทศญี่ปุ่น 344.60 ล้านบาท คิดเป็น 6.91 % ของรายได้จากการขายรวม และ ประเทศไทย 316.57 ล้านบาท คิดเป็น 6.35 % ของรายได้จากการขายรวม



AAI กำลังก้าวเข้าตลาดหุ้น

การเติบโตของ AAI ในช่วงที่ผ่านมานั้นโดดเด่นมาก และบริษัทกำลังมีแผนจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อต่อยอดความสำเร็จในระยะยาว โดยบริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญจำนวนไม่เกิน 637,500,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 30.00 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้


ประกอบด้วย

(1)  หุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายโดยบริษัท จำนวนไม่เกิน 425,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 20.00 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้


(2)  หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย ASIAN จำนวนไม่เกิน 212,500,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 10.00 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้


การเข้าตลาดหุ้นในครั้งนี้ บริษัทตั้งใจจะนำเงินไปลงทุนในที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อขยายกำลังการผลิต และสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 รวมถึงนำเงินไปใช้คืนเงินกู้ยืม และเป็นเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตรอบใหม่ โดยบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวม ภายหลังจากหักภาษี และการจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายและบริษัทกำหนดไว้ในแต่ละปี โดยผู้ที่สนใจร่วมจะเป็นเจ้าของและสร้างการเติบโตกับ AAI ต้องติดตามการเข้าตลาดหุ้นในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด


อ้างอิงข้อมูล
ไฟลิ่ง AAI



Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us