เช็คเงินฝากหุ้นแบงก์เดือนก.ค. เติบโตต่อเนื่อง ดอกเบี้ยขาขึ้นยิ่งเป็นปัจจัยเร่งดึงคนฝากเงินเพิ่ม
แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งผลกระทบทั้งในเชิงลบและเชิงบวก โดยผลกระทบเชิงลบจะทำให้ดอกเบี้ยสินเชื่อต่างๆ สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนทางการเงินของผู้บริโภคและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันหากใครเป็นสายออมเงินอาจถูกใจกับผลกระทบเชิงบวก เพราะอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้น จะส่งผลเชิงบวกต่อดอกเบี้ยเงินฝาก ทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากที่เคยอยู่ในระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.50% มีแนวโน้มขยับขึ้นอีกครั้ง
โดยนักวิเคราะห์จากบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ภาพรวมเงินฝากในเดือนพ.ค. 65 ของ 8 หุ้นธนาคาร ได้แก่ BBL, KBANK, KKP, KTB, LHFG, SCB, TISCO และ TTB อยู่ที่ 12.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จากเดือนก่อนหน้า ส่วนใหญ่เกิดจากการเร่งระดมเงินฝากประจำที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
แม้ว่าแต่ละธนาคารจะยังไม่ทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ภายในปี 2565 น่าจะได้เห็นการทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าธนาคารขนาดใหญ่จะได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวมากกว่าธนาคารขนาดเล็ก โดยบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุเพิ่มเติมว่า ยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม ธนาคาร “มากกว่าตลาด” เพราะ valuation ยังถูก โดยชอบกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่มากกว่าธนาคารขนาดเล็กเนื่องจากได้ประโยชน์จากแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น แม้ว่าแต่ละธนาคารจะยังไม่ปรับอัดตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตาม กนง. ที่ขึ้นดอกเบี้ยไปเมื่อต้นเดือนส.ค. 65 แต่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าภายในปี 2565 จะเห็นธนาคารเริ่มทยอยปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นไปก่อนแล้ว
และเลือก KBANK เป็น Top pick ของกลุ่มธนาคาร ให้ราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 190.00 บาท เพราะได้ประโยชน์จากสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งปีหลัง และเป็นธนาคารที่เน้น digital รายแรกและยังเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้าน digital ต่อเนื่องซึ่งจะเห็นความชัดเจนได้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
KTB ให้ราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 18.00 บาท เพราะ valuation ปัจจุบันยัง laggard เมื่อเทียบในกลุ่มธนาคาร โดยซื้อขายที่ระดับต่ำเพียง PBV ที่ 0.63x (กลุ่มธนาคารซื้อขายที่ 0.70x) ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าจะมี upside เพิ่มจากการใช้ data ใน application เป๋าตังและอื่นๆ ที่ช่วยเหลือรัฐบาล ซึ่งสามารถนำข้อมูลมา cross-seling เพิ่มเติมได้อีกในอนาคต
สุดท้าย BBL แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 167.00 บาท เพราะจะได้ sentiment เชิงบวกจากสินเชื่อที่เติบโตได้อย่างโดดเด่นในเดือน ก.ค. 2565

