Official Update :

TIDLOR-ADVANC-MAJOR นำทัพหุ้นเด่น นักวิเคราะห์แนะเข้าลงทุน รับตลาดหุ้นไทยขาขึ้น

TIDLOR-ADVANC-MAJOR-GPSC และ RATCH ถือเป็น 5 หุ้นเด่นที่สอดรับการธีมการลงทุนในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นไทยกำลังเป็นขาขึ้นและดูแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ จากการคลายความกังวลเรื่องตัวเลขเงินเฟ้อที่กำลังจะลดลง และแรงปัจจัยที่เข้ามากดดันจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของประเทศที่พัฒนาแล้วเริ่มคลี่คลาย ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของไทยกำลังจะเริ่มฟื้น


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยดูแข็งแรงขึ้น ทั้งจากความกังวลเงินเฟ้อที่ลดลง พร้อมกับแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยที่น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจนขึ้น หนุนให้ต่างชาติชะลอการขายหุ้นไทยในช่วงก่อนหน้า และสลับมาซื้อสุทธิเพิ่มขึ้น


โดยหากย้อนหลังไปเมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.ย. ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยประมาณ 1,000 ล้านบาท และล่าสุดวานนี้ (12 ก.ย.65) นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเพิ่มอีกกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมกับเปิดสถานะ Long สัญญา SET50 Futures กว่า 3.2 หมื่นสัญญาซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีหนุนตลาดหุ้นไทยดูแข็งแรงขึ้น


ภายใต้ตลาดหุ้นไทยที่ดูแข็งแรงขึ้น มีเม็ดเงินต่างชาติคอยพยุง ฝ่ายวิจัยทำการค้นหาหุ้น 10 หุ้น Deep Value ที่มี Margin of Safety สูงๆ ทั้งจากความเสี่ยงต่ำจากราคาที่ยัง Laggard แต่มีแนวโน้มกำไรเติบโตเด่นกว่าภาพรวมตลาด โดยผ่านเงื่อนไขต่างๆ


เงื่อนไขดังกล่าวประกอบไปด้วย 1. เป็นหุ้นมีกำไรและมักจ่ายปันผลสม่ำเสมอ 2. ราคาลงมาลึกจนผลตอบแทนต่ำกว่าช่วงก่อนเกิด Covid-19 3. ผลตอบแทนปีนี้ ตั้งแต่ต้นปีจนถึง 9 ก.ย. 65 ราคาหุ้นยังติดลบ 4. คาดแนวโน้มการเติบโตช่วงครึ่งหลังของปี หรือ ปี 2566 ยังโดดเด่น และ5. ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อ” มี Upside


โดยมีหุ้นที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวตามที่บล.เอเซีย พลัส ระบุไว้ได้แก่ HMPRO-SCC-STEC-GPSC-RTACH-TIDLOR-AEONTS-ADVANC-PLANB และ MAJOR ทั้งนี้ Wealthy Thai จึงได้หยิบยก 5 หุ้นเด่นที่สุดจากธีมการลงทุนที่ทางบล.เอเซีย พลัสระบุไว้มาให้นักลงทุนเลือกในการพิจารณาลงทุน


สำหรับ 5 หุ้นเด่นที่สุดของธีมการลงทุนในครั้งนี้ ได้แก่ MAJOR-TIDLOR-ADVANC-GPSC-RATCH ซึ่งเป็นกลุ่มหุ้นที่มีกำไรและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ประกอบกับราคาหุ้นลงมาต่ำกว่าในช่วงก่อนเกิดการระบาดของ Covid-19 และตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นยังคงติดลบมาจนปัจจุบัน อีกทั้งผลประกอบการยังดูดีขึ้น และนักวิเคราะห์ให้คำแนะนำซื้อ


เริ่มลงรายละเอียดกันที่หุ้น MAJOR นักวิเคราะห์บล.เอเซีย พลัส มองว่า กำไรจะกลับมาเติบโตในไตรมาส 4/65 จากหนังฟอร์มยักษ์ที่รอเข้าฉายหลายเรื่อง อาทิ Black Panther, Shazam โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง Avatar 2 ที่น่าจับตามองหลังภาคแรกทำรายได้ทั่วโลกสูงสุดตลอดกาลที่ 2.8 พันล้านเหรียญฯ


ทั้งนี้กำหนดราคาเหมาะสม  อิงวิธี DCF เท่ากับ 22 บาท แนะนำ “ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว” เหมาะสำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาว รับกำไรงวดไตรมาส 2/65 ที่ออกมาสดใส และได้รับผลกระทบจำกัดจากภาวะเงินเฟ้อที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง


ขณะที่ TIDLOR บล.เอเชีย พลัส สรุปว่า แนวโน้มธุรกิจหลักของ TIDLOR จะดีต่อเนื่องในงวดครึ่งหลังของปี 65 นำโดยแนวโน้มสินเชื่อและรายได้นายหน้าประกันภัยเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้มการขยายสาขากว่า 300 สาขาในปี 2565 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าแนวโน้ม Credit cost ที่จะปรับสูงขึ้นบ้าง ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อกดดันให้แนวโน้ม NPL  สินเชื่อสุทธิจะปรับสูงขึ้นบ้างในงวดครึ่งปีหลัง


อย่างไรก็ตามคาดกำไรสุทธิปี 2565 จะเติบโต 231% จากปีก่อน จากแนวโน้มสินเชื่อและรายได้ค่านายหน้าประกันภัยเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่คาดกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/65 จะยังดีต่อเนื่องจากแนวโน้มสินเชื่อและรายได้นายหน้าประกันภัยเติบโต ดังนั้นกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 42 บาท แนะนำ “ซื้อ” เพื่อรับการฟื้นตัวของธุรกิจ


ส่วน ADVANC ฝ่ายวิจัยบล.เอเชีย พลัส มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในไตรมาส 3/65 มากขึ้น จากรายได้ที่คาดจะเติบโตดีขึ้นจากไตรมาส 2/65 และช่วงเดียวกันของปีก่อนเพราะ 1) คาดกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น หลังภาครัฐมีนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้น 5%  -  8% ซึ่งจะทำให้ย่อมส่งผลบวกต่อการใช้งานบริการ


ภายใต้ประมาณการใหม่ ราคาเป้าหมายปรับลดจาก 245 บาท เหลือ 236 บาท โดยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ADVANC เนื่องจากคาดหวังกำไรฟื้นตัวดีขึ้นในปีหน้า และยังมีเงินปันผลที่จูงใจในอัตรา 3.8% รวมทั้งยังมี upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการจากแผนดาต้าเซนเตอร์ และการเข้าซื้อ TTTBB และ JASIF จะช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาว


ด้านของ GPSC นักวิเคราะห์ระบุว่า ช่วงสั้นไตรมาส 3/65 คาดกำไรสุทธิจะเติบโตขึ้นต่อเนื่องหนุนหลักจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่คาดจะเพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่ช่วง High season ของโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) และแรงหนุนบางส่วนจากรายได้ปันผลรับ RPCL รวมถึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นจากการปรับค่า ft


ขณะที่ในปี 66 คาดกำไรปกติจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวราว 53.99% จากปี 65 หนุนหลักจากโครงการ ERU กำลังผลิต 250 Mwe และราคาต้นทุนก๊าซฯ ที่คาดจะเริ่มปรับตัวลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเริ่มปรับตัวสู่สภาะวะปกติ ภายใต้ประมาณการใหม่ ส่งผลให้มูลค่าพื้นฐานปี 65 ของ GPSC อยู่ที่ 80 บาท/หุ้น


ปิดท้ายที่ RATCH หลังจากที่ล่าสุดได้เข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าแห่งใหม่จะช่วยหนุนผลประกอบการ โดยการเข้าลงทุนดังกล่าวถือว่าสอดคล้องกับแผนการลงทุนของ RATCH ที่จะสามารถรับรู้รายได้เข้ามาทันทีหลังการซื้อหุ้นแล้วเสร็จ ส่งผลให้กำลังการผลิตของ RATCH เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 11,455 MW จากปัจจุบันที่ 9,939 MW หรือเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนราว 15.2% ซึ่งคาดดีลนี้จะเสร็จสิ้นภายในงวดไตรมาส 4/65 โดยสัดส่วนรายได้และกำไรที่สามารถรับรู้ได้ทันทีจะอยู่ที่ 450 MW



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Wealth EZ
“รุ่นหนึ่งสร้าง-รุ่นสองรักษา-รุ่นสามทำลาย” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น
Updated 14 hours ago
Stock of the Day
เรากำลังแข่งกันสร้าง “พระเจ้า” แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าจะเป็น “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา”? ความกังวลที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งเริ่มเป็นที่รับรู้
Updated 12 hours ago
Fun of Funds
“Fund of Property fund - Thai” โอกาสลงทุนรับ “ปันผลดี-สม่ำเสมอ” ง่ายๆ ผ่าน “กองทุนรวม” !!!
Updated 6 hours ago
Stock of the Day
SC วางหมากโค้งสุดท้าย ต่อยอด Live and Learn Home ส่งโปรดักต์ใหม่หนุน Q4/69 พีคสุดของปี ลุ้นปิดขาย 19 โครงการมูลค่ากว่า 2.56 หมื่นลบ.
Updated 7 hours ago
Follow Us