นักวิเคราะห์เฉลย! กลุ่มอาหาร-เครื่องสำอาง จะได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่ามากที่สุด

จากกรณีที่อัตราค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันที่ 28 ก.ย.65 อัตราแลกเปลี่ยนของไทยอยู่ที่ 38 บาท เมื่อเทียบกับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าทำจุดต่ำที่สุดในรอบกว่า 16 ปี แต่หากย้อนไปว่าเงินบาทของไทยเคยสูงสุดอยู่ที่ระดับเท่าไหร่เมื่อเทียบกับดอลลาสหรัฐ


คำตอบที่ได้คือ เคยทำสถิติสูงสุดอยู่ที่ 56.50 บาทต่อดอลลาร์มาแล้วในช่วง “วิกฤติต้มยำกุ้ง” ถือเป็นวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ขณะเดียวกันหากมองตัวเลขของค่าเงินบาทแล้ว กลุ่มบริษัทหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกสินค้าก็ย่อมที่จะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า


นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การอ่อนค่าของค่าเงินบาทไทย ถือเป็นการอ่อนค่าตามสกุลเงินต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นผลเพราะการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาสหรัฐ


สำหรับกรณีที่ค่าเงินบาทยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังจากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินประกาศอัตราดอกเบี้ยแล้วมาอยู่ที่ระดับ 0.25% แต่อย่างไรก็ตามการอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวไม่สามารถช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้ ดังนั้นจึงประเมินว่าค่าเงินบาทยังคงมีทิศทางที่อ่อนค่าแบบนี้ไปสักระยะ


ส่วนหุ้นที่ได้รับผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท กลุ่มส่งออกอาหารจะเป็นหุ้นหลักที่ได้ประโยชน์ ไม่ใช่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัว โดยหุ้นกลุ่มส่งออกอาหารที่ได้ประโยชน์ในครั้งนี้ เช่น TU-ASIAN-CPF และกลุ่มส่งออกเครื่องสำอาง เช่น KAMART และ KISS


ขณะที่นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หุ้นในกลุ่มส่งออกอาหารจะได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของค่าเงินบาทในครั้งนี้ โดยจะส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 3/65 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เช่น TU และ GFPT


ด้านนายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า จากการที่อัตราค่าเงินบาทอยู่ในระดับอ่อนค่าขณะนี้ กลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนในครั้งนี้จริง จะมีแค่กลุ่มส่งออกอาหารเป็นหลัก เช่น TU-ASIAN- CFRESH ขณะที่กลุ่มอื่นเช่น ICHI-SNNP มีมุมมองเป็นกลาง


ส่วนบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า CPF-TU-GFPT-TFG จะได้อานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าลง ประกอบกับธุรกิจเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการส่งออก รวมถึง EPG คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ทุกกลุ่มธุรกิจกลับสู่โหมดฟื้นตัว ระยะสั้นมี Sentiment บวกจากราคาน้ำมันลดลงและค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นบวกกับ EPG โดยตรงเนื่องจาก 60% ของรายได้มาจากต่างประเทศ

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. ฟันผู้แนะนำการลงทุน ปมยักยอกเงินลูกค้า 19.3 ลบ. แอบถอนฝากประจำ-ทำเอกสารปลอมตบตา สั่งลงดาบแบนพ้นวงการตลาดทุนยาวถึง 10 ปี
Updated 1 day ago
News Highlight
SAM ปล่อยของดี คัดทรัพย์ทำเลทองย่านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม มูลค่ารวม 91 ลบ. ออกประมูล 22 ก.ค.นี้
Updated 1 day ago
News Highlight
ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำการลงทุน กรณีกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน
Updated 1 day ago
Stock of the Day
TISCO แกร่งท้าภูมิรัฐศาสตร์ เผยผลงานครึ่งปีแรกบวก 6.4% ชี้ครึ่งปีหลังเน้นโตอย่างมีคุณภาพ คุมสินเชื่อ-รักษาสมดุลสู้ความผันผวน
Updated 1 day ago
Stock of the Day
“โก๋แก่” มัน(ส์) คู่ไทยมา 50 ปี ตัวอย่างแบรนด์เก๋าที่ไม่ยอมหายไปตามเวลา
Updated 1 day ago
Follow Us