มีแต่ข่าวดี...DELTA บวก 5% โบรกฯปรับเพิ่มราคาเป้า 726 บาท หวัง Cover Short ดันราคาหุ้น

ดูเหมือนพี่ DELTA กำลังจะมีข่าวดีเข้ามา ล่าสุดมีนักวิเคราะปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย มองได้ประโยชน์เต็มๆ บาทอ่อน และยังถือเป็นผู้ผลิตระดับปลายน้ำจะได้ประโยชน์จากชิปที่เริ่มเพิ่มขึ้น และจะไม่ประสบกับปัญหาสินค้าล้นคลังแบบเดียวกับผู้ผลิตต้นน้ำ โดย DELTA เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ถูก Short ลงมามาก คิดเป็นมูลค่า 3.5 พันล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ SET อยู่ในจุดพีค ทำให้สามารถคาดหวังการฟื้นตัวและ Cover Short ได้ และไตรมาส 3/65 คาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 211%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


สะท้อนจากมุมมองบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 3,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 13%จากไตรมาสก่อน คาดยอดขายในรูปดอลลาร์เติบโต 20%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะคำสั่งซื้อยังดีทุกกลุ่ม


ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดที่ 24% เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะสินค้ามาร์จิ้นสูงใน Data center เติบโต ยอดขาย DC fan มีการผลิตมากขึ้น กลุ่มรถยนต์เติบโต รวมทั้งค่าเงินบาทอ่อนค่า อย่างไรก็ตามคาดยอดขายและ GPM ลดจากไตรมาสก่อน เพราะกลุ่มรถยนต์ถือว่าเป็นฐานสูง ในไตรมาส 2/65 ที่มีการเร่งส่งมอบสินค้าที่เคยขาดวัตถุดิบอยู่นาน


โดย DELTA เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ถูก Short ลงมามาก คิดเป็นมูลค่า 3.5 พันล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ SET อยู่ในจุดพีค ทำให้สามารถคาดหวังการฟื้นตัวและ Cover Short ได้


ขณะที่บล.กสิกรไทย ระบุว่า คงแนะ “ซื้อ” เพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 726 บาท ปรับปีฐานราคาเป้าหมายจากกลางปี 2566 เป็นปลายปี 2566 และเพิ่มเป้า PER จาก 42 เท่า เป็น 48 เท่า เพื่อสะท้อนถึง upside ที่อาจเกิดขึ้นจาก

1.อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ 38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับ สมมติฐานที่ 35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ

2.แนวโน้มราคาชิปที่ลดลงในปีหน้าซึ่งคาดจะช่วยเพิ่ม GPM

3.ยอดขายที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับ data center ในปีหน้าเทียบกับสมมติฐานคาดจะเติบโตเพียงเล็กน้อย


ทั้งนี้เพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2565/2566/2567 ขึ้น15%/25%/25% เป็น 1.51 หมื่นล้านบาท/1.71 หมื่นล้านบาท/1.88 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อสมมติฐานรายได้ และ GPM เพิ่มประมาณการยอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้น3%/8%/8% เพื่อสะท้อนแนวโน้มการผลิต EV ที่แข็งแกร่งขึ้นและอุปสงค์ต่อศูนย์ข้อมูลที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง


ดังนั้นจึงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของบริษัทฯ และเชื่อว่าคาดการณ์ของตลาดยังไม่ได้รวมปัจจัยบวกทั้งหมด อันดับแรกเห็นว่าผลิตภัณฑ์และสัดส่วนของ DELTA ไม่เพียงแต่เป็นผู้ชนะ แต่ยังเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในสถานการณ์ตลาดปัจจุบัน DELTA มี สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ consumer electronics จำกัด (น้อยกว่า 10% ของรายได้ ) ในขณะที่ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ ไม่อ่อนไหวต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจมากนัก โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ EV


นอกจากนี้ ด้วยค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในปัจจุบันเป็น 38 บาท/ดอลลาร์ สหรัฐฯ เชื่อว่า DELTA เป็นผู้ได้ประโยชน์หลัก และคาดว่าสิ่งนี้จะเพิ่ม GPM และกำไรสุทธิ ในครึ่งปีหลัง จึงชอบ DELTA มากกว่ากลุ่มเพราะเชื่อว่าการเป็น ODM หรือผู้ผลิตระดับปลายน้ำจะได้ประโยชน์จากชิปที่เริ่มเพิ่มขึ้นและจะไม่ประสบกับปัญหาสินค้าล้นคลังแบบเดียวกับผู้ผลิตต้นน้ำ

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”