DELTA ร่วงแรงเกือบ 7 % โบรกฯ ชี้บริษัทหมดรอบการเติบโต แถม P/E แพง แนะ “ขาย” ราคาเป้าหมาย 490 บาท

ราคาหุ้นของ DELTA หรือ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในวันนี้ (20 ต.ค.65) ปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง ล่าสุดอยู่ที่  624 บาท ลดลง 6.87% จากวันก่อน โดยดูเหมือนว่า DELTA ยังมีแรงกดดันเข้ามาต่อเนื่อง เพราะล่าสุกนักวิเคราะห์ระบุว่า หุ้นอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง และคาดว่าการเติบโตจะลดลงสู่ระดับตัวเลขหลักเดียวในปี 66-67 ขณะที่การซื้อขายที่ 47 เท่า ปี 2566 PE นั้นดูแพง และให้มูลค่า DELTA ที่ 490 บาท


โดยบล.ธนชาต มีมุมมองว่า ฝ่ายวิจัยเริ่มต้นบทวิเคราะห์ DELTA ด้วยคำแนะนำ “ขาย” มองว่าหุ้นอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง และคาดว่าการเติบโตจะลดลงสู่ระดับตัวเลขหลักเดียวในปี 66-67 ขณะที่การซื้อขายที่ 47 เท่า 2566 PE นั้นดูแพง และให้มูลค่า DELTA ที่ 490 บาท


ทั้งนี้เริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ “ขาย” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 490 บาท/หุ้น 1.คาดว่าการเติบโตของกำไรจะสูงสุดในปีนี้ที่ 170% และลดลงเหลือ 9%/8%/7% ในปี 66-68

2.คาดว่าผลิตภัณฑ์บนคลาวด์ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญของ DELTA จะเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตปกติหลังจากรอบการลงทุนหนักในช่วงโควิดในช่วงสามปีที่ผ่านมา

3.คาดว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกถึงจุดสูงสุด ขณะที่ฝ่ายวิจัยเห็นภัยคุกคามจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

4.ฝ่ายวิจัยชอบธุรกิจ EV ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตเชิงโครงสร้างของ DELTA แต่คาดว่าธุรกิจที่ขาดทุนนี้จะยังคงใช้เวลาอีกยาวนานกว่าจะมีกำไร

และ 5.เชื่อว่า DELTA มีมูลค่าแพงที่ 47 เท่า ปี 2566 PE เทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 20 เท่า และช่วงการซื้อขายที่ 6-140 เท่า



ผ่านพ้นรอบการลงทุนหนักในคลาวด์

DELTA ได้ประโยชน์อย่างมากจากช่วงที่มีการลงทุนในคลาวด์ที่เฟื่องฟู และการเติบโตของกำไรส่วนใหญ่ในช่วงปี 63-65 มาจากธุรกิจนี้ ธุรกิจคลาวด์คิดเป็น 70% ของ EBIT ในครึ่งแรกปีนี้ เทียบกับเพียง 30% ในปี 61 ภายใต้ประมาณการของฝ่ายวิจัยกิจกรรมออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง Covid-19 ได้ผลักดันให้องค์กรทั่วโลกลงทุนอย่างหนักในด้านขีดความสามารถในการรองรับของระบบคลาวด์


อย่างไรก็ดี ด้วยผ่านรอบการลงทุนหนักในคลาวด์แล้ว ซึ่ง DELTA มียอดขายคลาวด์เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 36% ต่อปี ในปี  63-65 คาดว่ายอดขายของ DELTA จะเติบโตเพียง 8-9% ต่อปี ในปี 66-68 ผู้ใช้คลาวด์รายใหญ่ รวมถึงลูกค้าของ DELTA ได้เริ่มปรับลดเป้าหมายการเติบโตของพวกเขาแล้ว (Exhibit 20)



เศรษฐกิจโลกชะลอตัวกระทบธุรกิจอื่นๆ

คาดว่า EBIT ในครึ่งแรกปีนี้ ของ DELTA แบ่งออกเป็นคลาวด์ 70%, โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม 17% และยานยนต์ที่ไม่ใช่ EVs, EVs และอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม และเครื่องใช้ในบ้าน 13% ธุรกิจโทรคมนาคมของ DELTA อยู่ในอินเดียมากที่สุด และเราคาดว่ายอดขายจะเติบโตเพียงเลขหลักเดียวจากการเปิดตัว 5G สำหรับธุรกิจอื่นๆ แนวโน้มอ่อนแอลงตามแนวโน้มการชะลอตัวทั่วโลก และคาดว่ายอดขายจะเติบโตเพียง 3.5% ต่อปี ในปี 66-68 จากค่าเฉลี่ยที่ 21% ต่อปี ในปี 63-65



ธุรกิจ
EV ที่มีการเติบโตแบบ S-curve ยังคงอยู่ในช่วงขาดทุน 

EV เป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตแบบ S-curve ของ DELTA ด้วยมีแนวโน้มการเติบโตเชิงโครงสร้าง คาดว่าธุรกิจ EV คิดเป็น 23% ของ ยอดขายในปี 68 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่มีค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาจำนวนมากนี้ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน ด้วยเราคาดว่าจะมีผลขาดทุนระดับ EBIT ที่ 90 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 64 คาดว่าจะยังคงมีผลขาดทุนแต่ในอัตราที่ลดลงต่อเนื่องไปยังปี 68 แม้ว่าคาดว่ายอดขายจะเติบโต 15-25% ในปี 66-68

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”