DELTA ไตรมาส 3 กำไรพุ่ง 243% แต่โบรกฯแนะให้ “ขาย”เหตุกำไรต่ำคาด ชี้ราคาหุ้นที่ 450 บาท เป็นจุดน่าเข้าสะสม
ราคาหุ้นของบริษัท เดลต้า อิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ในวันนี้ (26 ต.ค. 65) เคลื่อนไหวในแดนลบ แม้ล่าสุดจะรายงานกำไรไตรมาส 3/65 ออกมาเติบโตแต่ดูเหมือนว่ายังต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ จึงยังแนะนำ “ขาย”
โดย DELTA รายงานว่า ไตรมาส 3/65 มีกำไรสุทธิ 4,110 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 243.5%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,191.26 ล้านบาท ทำให้ 9 เดือนปี 65 มีกำไรสุทธิ 11,153.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142.29%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,603.42 ล้านบาท
สำหรับยอดขายสินค้าและบริการในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 31,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มียอดขายอยู่ที่ 21,320 ล้านบาท ทั้งนี้ส่วนงานเพาเวอร์อิเลคโทรนิคส์ยังคงเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มความต้องการของลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center, Server & Cloud Storage โดยเฉพาะเพาเวอร์ซัพพลายที่มีการออกแบบเฉพาะ (Custom Design Power)
รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์อีเลคโทรนิคส์กำลังไฟฟ้าที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Power) กลุ่มโซลูชั่นพัดลมและระบบจัดการความร้อน (Fan & Thermal Management Solution) กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Automation) รวมถึงระบบอัตโนมัติสำหรับอาคาร (Building Automation)
ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน ยอดขายเติบโตจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่ชะลอตัวลงจากฐานสูงในไตรมาสก่อน เนื่องจากดีมานด์โซลูชั่นด้านการ สื่อสารและระบบเครือข่ายโทรคมนาคมมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในตลาดยุโรป
มุมมองบล.ธนชาต กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/65 ต่ำกว่าคาด แนะนำ “ขาย” ราคาเป้าหมาย 490 บาท โดยกำไรสุทธิดังกล่าว หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติจะอยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท แม้ว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว 222% แต่ก็ลดลง 1% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรต่ำกว่าที่คาดไว้ในระดับอัตรากำไรขั้นต้น
มุมมองบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปรับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2566 เป็น 510.00 บาทต่อหุ้น แต่ปรับลด PER ลงเป็น 39 เท่า หรือเทียบเท่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสเกิด Global Recession สูงขึ้น ถึงแม้ว่าในปี 2566 คาดว่าการเติบโตของสินค้าเด่นของ DELTA อย่างData Center และ EV จะยังคงมีอยู่แต่จะเติบโตได้น้อยลงกว่าที่ทำได้ในปี 2565 จากฐานที่สูงและความท้าทายจากปัจจัยมหภาค
อีกทั้งปัจจุบัน DELTA ซื้อขาย บน PER66 ที่ 51 เท่า สูงกว่ากลุ่มอย่างมีนัยสำคัญและไม่เหลือ Upside ให้นักลงทุน ทำ ให้คงคำ แนะนา “ขาย” เชิงกลยุทธ์ นักลงทุนที่สนใจลงทุน DELTA ควรรอราคาหุ้นอ่อนตัว ประเมินราคา 450 บาทต่อหุ้น (แบบบวกลบ) เป็นจุดที่น่าสนใจเข้าสะสม
