เช็คลิสต์ หุ้นน่าทยอยสะสมรับอานิสงส์ราคาก๊าซยุโรปร่วง
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลากหลายชนิดได้มีการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมาจนส่งผลกระทบไปยังผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น แต่สถานการณ์ต่างๆที่เริ่มคลี่คลายก็ทำให้ราคาสินโภคภัณฑ์ทยอยปรับตัวลดลงมาอย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในนั้นก็มีราคาก๊าซธรรมชาติของยุโรปที่ดัชนี ICE Dutch TTF Natural Gas Futures ได้เริ่มส่งสัญญาณปรับตัวลดลงมาถึง 72% นับจากช่วงพีคที่ราคา 342 ยูโร/MWh เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 จึงมีนักลงทุนตั้งข้อสงสัยและคำถามขึ้นมาว่าจะมีธุรกิจในไทยที่ได้ประโยชน์บ้างหรือไม่
ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็ขอให้โอกาสและข้อสงสัยดังกล่าวพาผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจไปหาคำตอบกันผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
โดยนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้มุมมองว่าราคาก๊าซธรรมชาติของยุโรปเริ่มปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยกดดันของคาดการณ์อุณหภูมิในยุโรปจะอบอุ่นกว่าปกติในช่วง 1-2 สัปดาห์หน้า ส่งผลให้ความต้องการใช้ลดลง ขณะที่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่าปริมาณสต็อกก๊าซธรรมชาติของ EU อยู่ระดับ 93% โดยเยอรมนี และอิตาลีมีระดับสต็อกทำสถิติสูงสุด
ด้านความคืบหน้าของมาตรการจำกัดราคาก๊าซธรรมชาติ (Dynamic Price Cap) ในการประชุมของคณะทำงาน EU เมื่อวันศุกร์ยังเป็นอีกปัจจัยกดดัน โดยเยอรมนีซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว มีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปของรายละเอียดมาตรการในการประชุมวันอังคารนี้
ทาง EU มองว่านโยบายนี้จะช่วยลดความเสี่ยงการพุ่งขึ้นของราคาก๊าซในช่วงฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ ายมองว่าอาจกระตุ้นให้ความต้องการใช้ก๊าซอยู่ระดับสูงต่อไป และเป็นความเสี่ยงต่อปัญหาอุปทานในอนาคต เนื่องจากโครงสร้างการซื้อขายสินค้าพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปจากความขัดแย้งรัสเซีย - ชาติตะวันตก ทำให้ปัญหาอุปทานขาดแคลนยังไม่คลี่คลาย
ระยะสั้นการปรับลงของราคาก๊าซในยุโรปจะเป็นบวกต่อหุ้นปิโตรเคมี IVL ที่มีฐานการผลิตและธุรกิจในยุโรปราว 13% ซึ่งต้นทุนส่วนใหญ่มาจากราคาก๊าซ , หุ้นโรงไฟฟ้า SPP เช่น GPSC BGRIM ที่จะตอบรับเชิงบวกได้ดีต่อต้นทุนของราคาก๊าซที่ปรับตัวลดลง
ขณะเดียวกันประเด็นดังกล่าวจะเป็นบวกต่อหุ้นโรงแรมที่มีสัดส่วนในยุโรปได้แก่ MINT (รายได้จากธุรกิจโรงแรมในยุโรปคิดเป็น 50% ของรายได้รวม) และ SHR (รายได้จากธุรกิจโรงแรมใน UK คิดเป็น 35%-40% ของรายได้รวม) มีโอกาสที่ตลาดจะกลับมาให้น้ำหนักมากขึ้นหลังจากลดน้ำหนักหุ้นที่มีสัดส่วนในยุโรปสูง

