KTB คาดกำไรเติบโตต่อ กูรูชี้ความเสี่ยงพอร์ตต่ำ มูลค่าหุ้นน่าลงทุน
ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 3/65 ของหุ้นกลุ่มแบงก์เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยภาพรวมไตรมาส 3/65 ของธนาคารทั้ง 10 แห่ง มีกำไรสุทธิอยู่ที่ราว 53,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีหลายธนาคารที่น่าสนใจและถูกจับตามองจากนักวิเคราะห์ จากแนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/65 ที่อาจเติบโตได้ต่อเนื่อง และปัจจัยบวกเฉพาะตัวที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
อย่างเช่น KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ไตรมาส 4/65 ผลการดำเนินงานของ KTB มีแนวโน้มที่โตต่อได้ทั้งจากไตรมาส 4/64 และไตรมาส 3/65 จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยและความโดดเด่นในแง่ของคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการเร่งขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์ม “Krungthai NEXT” ที่มีความเชื่อมโยงกับ “เป๋าตัง”มากขึ้นเรื่อยๆ
โดยฝ่ายวิจัยมองว่ากำรไตรมาส 4/65 ที่จะเติบโตต่อเนื่องได้นั้น มาจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่จะขยับขึ้นต่อเนื่องตามการทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ และพอร์ตสินเชื่อที่คาดกลับมาขยายตัว รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมนายหน้าขายประกันที่จะขยับขึ้นหลังเข้าสู่ช่วง High Season
ส่วนการตั้งสำรองคาดจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม เนื่องจากบริษัทมีระดับ Coverage Ratio ที่แข็งแรง และพอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อในกลุ่มพนักงานราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงสินเชื่อโครงการภาครัฐฯ ที่มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้คาดว่าบริษัทยังคงรักษาระดับการไหลตกชั้นของสิ้นที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ได้ดี ดังนั้นเพื่อสะท้อนประเด็นบวกดังกล่าวฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิของ KTB ตั้งแต่ปี 2565 ขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.5% โดยภายใต้ประมาณการใหม่คาด KTBจะมีกำไรสุทธิในปี 2565 ที่ 34,154 ล้านบาท เติบโตเด่น 58.2% จากปีนี้
นอกจากนี้ KTB ยังมีโอกาสในการเร่งขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่าง Krungthai NEXT ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับแอปเป๋าตังมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันในแง่ของ Valuation ราคาหุ้นมี Upside 22.1% จากมูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 2566 ที่ 21 บาท และคาดว่าจะให้ Dividend Yield อีก 4.3% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

